ท่ามกลางความโศกเศร้าของปวงชนชาวไทย หลังสำนักพระราชวังประกาศ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ด้วยพระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47
ในขณะเดียวกัน บนโลกออนไลน์ เหล่าพสกนิกรชาวไทยโพสต์ข้อความแสดงความอาลัย หนึ่งในจำนวนนั้น มี นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ระบุว่า...
บันทึกนี้เพื่อระลึกถึง “พระองค์ภา” ในมุมของผม เจ้านายที่รักยิ่ง
สมัยเรียนนิติ ธรรมศาสตร์ ผมทราบข่าวว่าโต๊ะกลุ่มรพีพัฒน์ของเรามีน้องใหม่เข้ากลุ่มเป็นพระเจ้าหลานเธอ ความซ่าของผมกลายเป็นความเกร็งทันที แต่เมื่อพระองค์ท่านตรัสว่า “เราชื่อภา เพื่อนๆเรียกว่า ท่าน พี่ไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ก็ได้“ ความเกร็งของผมเลยหายไป กลายเป็นความประทับใจและเป็นพี่น้องเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้น จริงๆอายุเราเท่ากัน แต่ผมเกิดต้นปี ท่านเกิดปลายปี ผมสอบเทียบไม่ได้เรียนม.6 เลยกลายเป็นรุ่นรหัส38 ส่วนท่านรหัส 40 ชีวิตที่ธรรมศาสตร์ท่านเป็นกันเองมาก เดินไปกินส้มตำร้านกิ้ว ที่ท่าพระจันทร์ด้วยกันกับกลุ่ม ซื้อของก็ต่อคิว ใช้ชีวิตเหมือนเด็กมหาลัยทั่วไป แต่ต้องรับผิดชอบงานหลายอย่างตามหมายสำนักพระราชวัง ท่านเป็นคนสนุกสนาน และมีวินัยมาก ไม่เคยถือตัว พี่น้องเพื่อนๆรักท่านทุกคน
ตอนปี2 ท่านจัดงานรับน้องใหม่เข้ากลุ่มรพีพัฒน์ รุ่นท่านก็จัดกิจกรรมเป็นฐานๆ เล่นเกม เขียนสีแต่งหน้าน้องปี1 ผมได้ทีจึงทูลทักว่า “ตอนท่านอยู่ปี1 ท่านไม่ได้ถูกรับน้อง ท่านควรถูกรับน้องซ่อมหน่อยมั้ย”… ทีนี้จะเหลือเหรอครับ เมื่อท่านทรงอนุญาต พวกเราก็วาดสีบนหน้าพระองค์ท่าน ท่านก็หัวเราะ พวกเราก็หัวเราะเป็นความรู้สึกที่จำไม่มีวันลืม.. จนถึงวันนี้ผมยังคิดอยู่ว่า เราทำไปได้ยังไงเนี่ย
ความจำยกให้เป็นหนึ่ง ผมเคยติววิชาเอกเทศสัญญาสองให้ท่าน คะแนนออกมาเท่ากันเลย จับประเด็นเร็ว จำแม่น และเมื่อจบจากธรรมศาสตร์ ถึงคราวต้องไปเรียนต่อที่อเมริกา ผมไปเรียนที่บอสตัน ส่วนท่านไปเรียนที่นิวยอร์ก มหาวิทยาลัย Cornell ผมเคยขับรถไปเยี่ยมท่าน ภาพที่เห็นคือ อากาศหนาวท่านเดินอยู่คนเดียวหิ้วเป้หนังสือใบใหญ่ๆ ผมคิดว่าท่านคงเหงา เพราะมหาลัยอยู่ในป่าหนาวมาก ท่านเรียนจนจบปริญญาเอกที่Cornell ท่านเรียนเก่งและอดทนมาก
ในช่วงชีวิตเริ่มต้นการทำงาน ผมรับราชการที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้เป็นตัวแทนไปประชุมกฎหมายที่UN นิวยอร์ก ตอนนั้นท่านเป็นเจ้าหน้าที่การทูตประจำที่UN ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าใครได้ประจำUN สหประชาชาติสำนักงานในนิวยอร์กจะต้องเป็นคนที่เก่งจริงและแม่นยำกฎหมาย ผมเห็นท่านทำงานจริงจังมากและอยู่ต่างประเทศมานาน ทั้งเรียนทั้งทำงาน เลยชวนท่านว่ากลับไปทำงานเมืองไทยดีหรือไม่ กฎหมายอาญาที่เรียนมาเป็นประโยชน์กับประเทศไทยอีกมาก และอีกไม่นานท่านก็กลับจริง ท่านมาเป็นอัยการได้ทำคดีจริง และเป็นที่รักของเพื่อนอัยการเหมือนเคย ท่านวางตัวเรียบง่าย พักกลางวันยังบังเอิญมาพบท่านกับเพื่อนๆอัยการมาทานก๋วยเตี๋ยวในซอยเสือใหญ่อุทิศฝั่งตรงข้ามสำนักงานอัยการสูงสุดอยู่เลย พระองค์ภา ทำงานที่ไหนคนก็รัก เป็นกันเอง
พระองค์ภาเป็นความหวังของท่านพ่อและคนไทย ทรงเป็นทั้งนักการทูต นักกฎหมายและนายทหาร ครบเครื่องในคนเดียว ผมเสียใจ เสียดายและคิดถึงพระองค์ภาที่สุด
ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ข้าพระพุทธเจ้า ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ








