วันที่ 6 เม.ย. 69 ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า สื่อไทยกำลังบิดเหตุแห่งวิกฤตพลังงาน เพื่อโจมตีการเมืองภายใน
ในโลกที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน การเข้าใจผิด ไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะเมื่อ “การเข้าใจผิดนั้น ถูกผลิตซ้ำอย่างเป็นระบบ” ทำให้ ตัวสื่อเอง คือปัญหาใหญ่ของประเทศนี้
ราคาพลังงานโลกในช่วงนี้ ไม่ได้เป็นผลจากรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่มันคือผลลัพธ์ของ ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ การจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่ และต้นทุนความเสี่ยงที่ถูกบวกเข้าไปในระบบพลังงานโลก
นี่คือ “โครงสร้าง” แต่สิ่งที่สื่อไทยบางส่วนกำลังทำคือ “ตัดโครงสร้างทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยเรื่องเล่าทางการเมืองภายใน” ที่อุบาทว์ที่สุด คือ สื่อที่นำเสนอคลิปเด็ก 7 ขวบร้องไห้ เพราะอดไปเที่ยวทะเลเนื่องจากน้ำมันแพง
1. จากปัญหาระดับโลก → ถูกย่อให้เป็นความผิดของรัฐบาล ราคาน้ำมันที่ผันผวนระยะยาว ถูกสื่อเล่าใหม่ว่า: เป็นความล้มเหลวของรัฐบาล เป็นผลจากนโยบายที่ผิดพลาด เป็นสิ่งที่ “แก้ได้ทันที ถ้าคนที่ถูกต้องเข้ามา” นี่ไม่ใช่การวิเคราะห์ แต่มันคือ การย่อโลกให้เล็กลง เพื่อให้เหมาะกับการโจมตีรัฐบาลอย่างหน้าด้านโดยไม่ละอายต่อความจริงและข้อเท็จจริง
2. Narrative ที่ดูเข้าใจง่าย แต่พาเข้าใจผิดทั้งระบบ ความจริงของระบบพลังงานโลกคือ: ไม่มีประเทศใด ควบคุมราคาน้ำมันในระยะยาวได้อย่างอิสระ แต่ narrative ที่ถูกผลิตซ้ำโดยสื่อส่วนหนึ่งคือ: “ถ้าบริหารดี ไม่ถูกทุนพลังงานโกง น้ำมันจะไม่แพง” ประโยคนี้ฟังดูมีเหตุผล แต่ในเชิงโครงสร้าง มัน “ผิดทิศทางโดยสิ้นเชิง”
3. เมื่อการเมืองภายใน กลบความจริงของโลกภายนอก สื่อที่เลือกเล่าแบบนี้ อาจไม่ได้ตั้งใจทำลายเศรษฐกิจ ก็เหมือนบ่อนทำลายเศรษฐกิจด้วยน้ำมือตนเอง เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแน่คือ: ประชาชนเข้าใจกลไกผิด การตัดสินใจทางเศรษฐกิจผิด และความคาดหวังต่อรัฐ “ผิดตำแหน่ง” เมื่อคาดหวังผิด ความผิดหวังก็จะเพิ่มขึ้น และความผิดหวังนั้น จะย้อนกลับไปทำลายความเชื่อมั่นของระบบ ไม่ช้าก็เร็ว บางทีสื่อพวกนั้น คงอยากเห็นบ้านเมืองลุกเป็นไฟก็เป็นได้
4. ปัญหาไม่ใช่วิจารณ์รัฐบาลไม่ได้ แต่คือ “การบิดสาเหตุของปัญหา” ด้วยน้ำมือสื่ออย่างจงใจ การวิจารณ์รัฐบาลของสื่อ เป็นสิ่งจำเป็นในสังคมประชาธิปไตย แต่การที่สื่อ: เอาปัญหาเชิงโครงสร้างระดับโลก มาใส่เป็นความผิดของตัวแสดงในประเทศ (รัฐบาล) นี่ไม่ใช่การตรวจสอบ แต่คือ การสร้าง narrative เพื่อชี้นำความเข้าใจผิดของประชาชนแบบจงใจ
5. เมื่อสื่อกลายเป็นผู้กำหนด “เหตุ” แทนที่จะรายงาน “ผล” สื่อควรทำหน้าที่: อธิบายว่า “อะไรเกิดขึ้น และเพราะอะไร” แต่เมื่อสื่อเริ่ม: “กำหนดว่าใครควรเป็นเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น” บทบาทของสื่อจะเปลี่ยนทันที จากผู้รายงาน กลายเป็นผู้กำหนดความจริงทางสังคม โลกเรากำลังเผชิญวิกฤตที่ซับซ้อนครั้งใหญ่สุดอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน
สิ่งที่สังคมไทยต้องการไม่ใช่ narrative ที่ง่ายที่สุด แต่คือ ความเข้าใจที่ตรงกับโครงสร้างจริงมากที่สุดต่างหาก เพราะในท้ายที่สุด เศรษฐกิจไทยอาจไม่ได้พังเพราะปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่อาจพังเพราะ “คนไทยทั้งประเทศถูกสื่อไทยจูงจมูกให้เข้าใจมันผิด” มาตั้งแต่ต้น
~ สุวินัย ภรณวลัย
มหาวิทยาลัยไร้รอย







