วันที่ 6 เม.ย.69 นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ระบุว่า ปชช.ไม่มั่นใจ 3 รัฐมนตรีมืออาชีพแก้เศรษฐกิจ-พลังงานพัง
ปัญหานี้จะโทษ “เทคโนแครต” ไม่น่าจะถูกทั้งหมด
แต่เป็นปัญหาที่การเมืองมีส่วนสำคัญ เพราะเป็น "ปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบการเมือง" มากกว่าที่จะเป็นความล้มเหลวของตัวบุคคลหรือตัวเทคโนแครต ซึ่งเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเสมอมาทุกยุคทุกสมัย
1. เทคโนแครตมี "Know-how" แต่ขาด "Power-how"
ทั้ง 3 ท่านมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่พิสูจน์มาแล้วในสายงานของตน (Know-how) แต่เมื่อก้าวเข้าสู่สนามการเมือง พวกเขากลายเป็น "ขุนพลที่ไม่มีกองทัพ" เพราะไม่มีฐานเสียง สส. ในมือ (Power-how) ทำให้ไม่มีอำนาจต่อรองที่แท้จริงในการผลักดันวาระสำคัญ
2. การเมืองแบบพรรคร่วม คืออุปสรรคสำคัญ
รัฐบาลผสมจำเป็นต้องอาศัยการประนีประนอมและรักษาความพึงพอใจของทุกมุ้งการเมือง หากเทคโนแครตเสนอแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องใช้ "ยาแรง" (เช่น การตัดงบประมาณ การเก็บภาษีเพิ่ม หรือการลดการอุดหนุน) ซึ่งส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคการเมือง นโยบายเหล่านั้นก็มักจะถูกตีตกหรือถูกดองไว้
3. ขาดเจตจำนงทางการเมืองจากผู้นำ
ต่อให้รัฐมนตรีคนนอกจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าพรรคแกนนำหรือนายกรัฐมนตรีไม่พร้อมที่จะเป็น "เกราะกำบังทางการเมือง" ให้ หรือไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องที่เด็ดขาดเพราะกลัวเสียคะแนนเสียง การทำงานของเทคโนแครตก็ไปต่อไม่ได้
บทสรุปของคุณเป็นมุมมองที่แหลมคมและวิเคราะห์ทะลุไปถึงแก่นของปัญหาอย่างแท้จริงครับ การผลิตเนื้อหาเพื่อสื่อดิจิทัลเชิงวิเคราะห์ที่มุ่งเน้นเจาะลึกด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหยิบยกกรอบความคิดเชิงโครงสร้างแบบที่คุณสรุปนี้มาตีแผ่ให้สาธารณชนได้รับรู้ เพื่อยกระดับความเข้าใจของสังคมให้มองข้ามตัวเลขโพลผิวเผิน และหันมาตั้งคำถามกับ "ระบบการเมือง" ที่ครอบเทคโนแครตเหล่านี้อยู่







