วันที่ 19 ก.พ.69 เพจ ทีมโฆษก กอ.รมน. โพสต์ข้อความระบุว่า Laser ID คือรหัสตัวอักษร–ตัวเลข 12 หลัก ที่สลักด้วยเลเซอร์อยู่ด้านหลังบัตรประชาชนไทย (มักเรียกว่า “เลขหลังบัตร” หรือ laser number)
รูปแบบทั่วไป: ตัวอักษร 2 ตัว + ตัวเลข 10 ตัว (เช่น AA1234567890)
หน้าที่ของ Laser ID
- ใช้ยืนยันตัวตนเพิ่มเติม คู่กับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก
- ใช้สมัคร/ยืนยันตัวตนในระบบออนไลน์ เช่น แอปธนาคาร บริการภาครัฐ
- ใช้ป้องกันการปลอมแปลงบัตร (เพราะเป็นรหัสเฉพาะบัตรใบนั้น)
ควรเปิดเผยได้ไหม?
- ถือเป็น ข้อมูลส่วนบุคคล ตามนิยามในกฎหมายไทย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- ไม่ควรโพสต์ลงโซเชียล หรือส่งให้ผู้อื่นโดยไม่จำเป็น
- ให้เฉพาะหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ และมีเหตุจำเป็นจริง ๆ
สรุปง่าย ๆ
Laser ID = เหมือน “รหัสผ่านบนบัตร”
ใช้เพิ่มความมั่นใจว่าเป็นเจ้าของบัตรจริง ไม่ใช่แค่รู้เลขประชาชน
“เลขหลังบัตรประชาชนถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลและควรเก็บเป็นความลับ” มาจากหลักกฎหมายและแนวปฏิบัติ PDPA ของไทย ดังนี้:
1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
กฎหมายฉบับนี้เป็น กฎหมายของประเทศไทย ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนถูกเก็บ ใช้ หรือเผยแพร่เฉพาะตามวัตถุประสงค์และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเท่านั้น ซึ่งผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565
→ หมายความว่า: ข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ เช่น เลขบัตรประชาชนหน้าและเลขหลังบัตร ถือเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ที่ต้องได้รับความยินยอมก่อนเผยแพร่หรือเปิดเผย
2. PDPA ระบุว่าการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
กฎหมายคุ้มครองไม่ให้ใครนำข้อมูลของผู้อื่นไปเก็บ ใช้ หรือเผยแพร่โดยพลการ หากไม่มีสิทธิอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล
→ จึงทำให้ โพสต์เลขหลังบัตรประชาชนลงสาธารณะ อาจเข้าเกณฑ์นี้ได้
3. ตัวอย่างนโยบายความเป็นส่วนตัวที่จัดให้เลขหลังบัตรเป็นข้อมูลที่ต้องดูแล
หลายองค์กร/ธุรกิจ (เช่น บริษัทประกัน) ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวว่า “เลขหลังบัตร” (laser number) ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่จะถูกเก็บและต้องจัดการตาม PDPA
ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Government Contact Center)
หากพบเหตุหรือเบาะแสที่กระทบต่อความมั่นคง สามารถแจ้งได้ที่...
สายเหตุความมั่นคง 1374 ตลอด 24 ชั่วโมง
Line Official : @promchuay








