“ไม่มีอะไรลับจริง!” หมอยงเปิดมุมมองชัด ลั่นกฎเกณฑ์เท่านั้นที่คุมความปลอดภัยข้อมูล
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 69 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ลับ หรือ ไม่ลับ ขึ้นอยู่ที่กฎเกณฑ์ การปฏิบัติ
ยง ภู่วรวรรณ
ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
17 กุมภาพันธ์ 2569
มีการถกเถียงกันมากเกี่ยวกับความลับ
จริงๆแล้วไม่มีความลับ อะไรในโลกนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ หมอตรวจคนไข้ เช่นหมอสูตินรีเวช ตรวจคนไข้เป็นความลับ แต่ความจริงผู้ที่รู้เห็น ก็คือตัวหมอ และพยาบาลผู้ช่วย ถ้าหมอหรือผู้ช่วยไปเปิดเผย ก็ไม่เป็นความลับ แต่กฎเกณฑ์จะเอาความลับของคนไข้ไปเปิดเผยไม่ได้ จะผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง และอาจจะยังผิดกฎหมายอีกด้วย ถึงยึดใบประกอบวิชาชีพได้เลย
ผมทำงานวิจัย ในกฎเกณฑ์ของการทำงานวิจัย จะเก็บข้อมูลของอาสาสมัครทุกคน เป็นความลับ โดยโครงร่างงานวิจัยจะต้องบอกคณะกรรมการจริยธรรม ในการรักษาความลับของอาสาสมัคร และวิธีการเก็บความลับ โดยข้อมูลทั้งหมดที่จะโยงไปหาอาสาสมัครจะต้องเก็บเป็นความลับ และจะต้องถูกเปลี่ยนเป็น Code ผู้ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า ตัวอย่างนั้นเป็นของใคร เพราะเป็นรหัส แต่จากรหัส และจะมีการเก็บรหัสที่จะโยงไปถึงตัวอาสาสมัครได้ แต่จะต้องถูกเก็บเป็นความลับ ในที่เก็บที่ปลอดภัย มีมาตรการการเข้าถึงข้อมูลชุดนี้ เช่นใครจะเข้าถึงได้บ้าง มีรหัสผ่านอย่างไร และมีมาตรการการป้องกันเก็บรักษา คณะผู้วิจัยจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลชุดนี้ที่จะโยงไปถึงตัวอาสาสมัครได้
แต่อย่างไรก็ตามถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด หรือเป็นอันตรายกับอาสาสมัคร เช่นการให้ยาใน อาสาสมัคร มีอาการแทรกซ้อนอันตราย หรือผลการตรวจผิดปกติอย่างร้ายแรง ที่จำเป็นจะต้องเข้าไปจัดการ เพื่อความปลอดภัยของอาสาสมัคร ก็จะต้องรีบแจ้งด่วนต่อคณะกรรมการจริยธรรม หรือกฎเกณฑ์ที่ได้วางไว้ตั้งแต่แรก ในการที่จะเข้าถึงอาสาสมัครเพื่อความปลอดภัยหรือ ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และจำเป็นต้องรู้ว่าอาสาสมัครนั้นคือใคร ดังนั้นจึงมีกฎเกณฑ์วางไว้
เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้อาสาสมัคร มีภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น หรือการพบสิ่งผิดปกติ ถ้ามีความจำเป็น ก็ต้องขออนุญาตและชี้แจงด้วยเหตุและผลทั้งหมดในการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกล็อคไว้ตามกฎเกณฑ์ เช่นผู้มีอำนาจที่เขียนไว้ ในองค์กร ขออนุญาตคณะกรรมการจริยธรรม หรือศาล
ในการทำงานวิจัยต่างๆ หลักฐานตั้งแต่เริ่มต้นมีความสำคัญมาก มีการเก็บในระดับต่างๆ ใน log book และรักษาความปลอดภัยและความลับ ในระดับต่างๆ และมีกฎเกณฑ์ที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาต หรือต้องขออนุญาตจากผู้มีอำนาจ ในการเข้าถึงข้อมูลแล้วแต่ชั้นความลับ
ทำไมงานวิจัยที่มาตรฐานจะต้องมีกฎเกณฑ์ของ GCP หรือที่เรียกว่า Good Clinical Practice ที่นักวิจัยทุกคนจะต้องสอบผ่านกฎเกณฑ์นี้
#หมอยง #ยงภู่วรวรรณ #ข่าวสาธารณสุข #จริยธรรมการแพทย์ #งานวิจัยทางการแพทย์ #GoodClinicalPractice #ข่าวสุขภาพ #ข่าววันนี้








