วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารรัฐสภา ว่า ในการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2568 ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา อภิปรายชี้แนะวิสัยทัศน์เชิงรุก เสนอให้ Thai PBS ก้าวข้ามบทบาทสื่อทางเลือก สู่การเป็นสถาบันสื่อสารมวลชนระดับโลกเฉกเช่น NHK ของญี่ปุ่น
นายสุนทร เปิดการอภิปรายด้วยการแสดงความยินดีที่ Thai PBS สามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ซึ่งเป็นผลจากการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ท่านชี้ให้เห็นว่ากำไรไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของสื่อสาธารณะ
"ผมชอบคำที่ผู้อำนวยการบอกว่า เราอาจไม่ใช่ช่องที่เรตติ้งสูงสุด แต่เป็นยาสามัญประจำบ้าน ที่เวลามีเหตุการณ์คนจะนึกถึง แต่จากศักยภาพที่ผมเห็น มันไปได้ไกลกว่านั้น Thai PBS ควรเป็นอาหารไทยเพื่อสุขภาพที่คนไทยบริโภคได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่ยาสามัญประจำบ้าน เพื่อสร้างจิตสำนึกสาธารณะที่แข็งแรงตามวิสัยทัศน์ของประธานบอร์ด"
นายสุนทร กล่าวต่อว่า ตนมองเห็นถึงสิทธิของประชาชนที่จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพ ท่านได้ยกตัวอย่างสารคดีเชิงสืบสวนเรื่อง "ฉันคือปลวก (กัดกินภาษีประชาชน)" ซึ่งตีแผ่ปัญหาการใช้งบประมาณแผ่นดินสร้างอาคารทิ้งร้าง
"คอนเทนต์นี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างได้ดีมาก และเป็นประโยชน์ต่อผู้เสียภาษีทุกคน แต่ปัญหาคือ ประชาชนแทบไม่รู้เลยว่ารายการนี้ออกอากาศเมื่อไหร่ ผมเห็นผ่านตาทาง Facebook เท่านั้น ซึ่งแปลว่าในแง่ของ โปรโมชันเรายังสอบตก นี่คือจุดที่ Thai PBS ต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เพื่อนำเสนอความจริงให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง"
นายสุนทร ยังได้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการผลิตซีรีส์คุณภาพของ Thai PBS เช่นเรื่อง "อาชญาโกง" และ "หมอตลอดกาล" โดยเปรียบเทียบว่า "หมอตลอดกาล" มีศักยภาพพอที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคม ไม่ต่างจากซีรีส์ระดับโลกอย่าง Good Doctor
"ผมลองค้นหาอาชญาโกง ใน YouTube พบว่า EP.1 มียอดวิวเพียงหลักพัน และหา EP.2 ไม่เจอด้วยซ้ำ นี่คือความท้าทายที่เราต้องเรียนรู้และเอาชนะอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มให้ได้ หากเราจับจุดถูก สร้างกระแสให้คลิกได้ กลุ่มคนรุ่นใหม่ นิสิต นักศึกษา จะกลับมาเสพสื่อคุณภาพเหล่านี้แน่นอน"
นายสุนทร เสนอวิสัยทัศน์ที่ท้าทาย โดยผลักดันให้ Thai PBS ใช้จุดแข็งอันดับหนึ่งด้านความน่าเชื่อถือก้าวสู่เวทีระดับโลก
"วันนี้เราเริ่มขายซีรีส์ในแพลตฟอร์มต่างประเทศได้แล้ว นี่คือก้าวแรกที่ดี ผมอยากเห็นภาพที่ว่า ถ้าคนทั่วโลกอยากรู้จักประเทศไทย เขาต้องดู Thai PBS เราต้องใช้ Soft Power นำเสนอวัฒนธรรมและเรื่องราวดีๆ ออกไปให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล ไม่แพ้ NHK หรือ CNN " นายสุนทร กล่าว








