ตลอดช่วงเวลาที่ประเทศไทยเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในทุกภาคส่วน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทรงมีพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยความห่วงใยต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทย โดยทรงพระราชทานแนวทางและการสนับสนุนด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมศักยภาพในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ผู้ปฏิบัติงานในแนวหน้า
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย จำนวน 13 คัน แก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่สำหรับเก็บตัวอย่างและตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เชิงรุก โดยสามารถเข้าถึงประชาชนในโรงเรียน วัด ชุมชนแออัด สถานประกอบการ และพื้นที่ที่มีกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศ ช่วยให้การตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพของระบบเฝ้าระวังโรค และลดโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อในวงกว้าง
ต่อมา เมื่อประเทศไทยเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวในหลายพื้นที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างรถชีวนิรภัยเพิ่มเติมอีก 7 คัน ทำให้มีรถชีวนิรภัยพระราชทานรวมทั้งสิ้น 20 คัน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตรวจคัดกรองเชิงรุกให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ อันเป็นการสนับสนุนการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
รถชีวนิรภัยพระราชทานทุกคันได้รับการจัดเตรียมทั้งบุคลากรทางการแพทย์และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหลอดเก็บตัวอย่าง ไม้เก็บตัวอย่าง ชุดตรวจ เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เพื่อให้การตรวจคัดกรองและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด สะท้อนถึงพระราชวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
พระราชกรณียกิจดังกล่าวมิได้เป็นเพียงการพระราชทานเครื่องมือทางการแพทย์ หากแต่เป็นการสะท้อนถึงพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาและความห่วงใยที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า โดยทรงตระหนักว่าการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขอย่างรวดเร็ว คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องชีวิตของประชาชน ลดความสูญเสีย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคมในยามที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งสำคัญ
พระราชหฤทัยดังกล่าวยังสะท้อนผ่านพระราชดำรัสที่พระราชทานเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2563 เพื่อเป็นแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ความตอนหนึ่งว่า
“...อย่างที่บอกว่าประชาชนมีความสุข ประเทศมีความมั่นคง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปัญหาต้องมี อุปสรรคต้องมีเสมอ แต่ถ้าเรามีความมั่นคง มีความอยากให้ประชาชนมีความสุข มีทัศนคติที่ดี ประชาชนก็มีความสุข พวกเราก็มีความสุข เพราะเราก็คือประชาชน...”
พระราชดำรัสดังกล่าวสะท้อนถึงพระราชปณิธานที่ทรงยึดมั่นว่าความผาสุกของประชาชนคือรากฐานของความมั่นคงของประเทศ และแม้ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือวิกฤตเพียงใด หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง ประเทศชาติก็จะสามารถก้าวผ่านความยากลำบากไปได้
พระราชกรณียกิจด้านรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน ตลอดจนการพระราชทานความช่วยเหลือแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงนับเป็นอีกหนึ่งพระราชกรณียกิจสำคัญที่สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และแสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยในสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในยามปกติหรือในยามที่ประเทศต้องเผชิญวิกฤต ด้วยพระราชปณิธานที่จะทรงบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน








