อินเดียอนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกเป็นครั้งแรกในประเทศเดินหน้าป้องกันโรคในกลุ่มประชากรเสี่ยงสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
วันที่ 25 ก.ค.69 สำนักงานควบคุมและกำกับยาแห่งประเทศอินเดีย (Drug Controller General of India: DCGI) ได้อนุมัติการขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกสำหรับการป้องกันโรคไข้เลือดออกนับเป็นการอนุมัติวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกครั้งแรกสำหรับการใช้ในอินเดีย
การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในอินเดียไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงฤดูฝนอีกต่อไปหลายรัฐรายงานการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีและขยายตัวทั้งในเขตเมืองและชนบทในปี 2567 มีรายงานจำนวนผู้ป่วยเกิน233,000 รายอย่างไรก็ตามการวิเคราะห์แบบจำลองชี้ว่าภาระโรคไข้เลือดออกในอินเดียอาจสูงกว่าตัวเลขที่รายงานอาจมีจำนวนการติดเชื้อหลายสิบล้านรายต่อปี1,2ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นมากกว่า11 เท่าในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาการระบาดที่เกิดบ่อยขึ้นและคาดการณ์ได้ยากขึ้นโรคไข้เลือดออกจึงไม่ใช่ภัยคุกคามด้านสาธารณสุขที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวอีกต่อไปแต่เป็นความท้าทายระดับโลกที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น
“โรคไข้เลือดออกเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขที่กำลังเพิ่มขึ้นและอินเดียจำเป็นต้องมีการป้องกันที่ยั่งยืนและตั้งอยู่บนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างการป้องกันโรคไข้เลือดออกในอินเดียด้วยประวัติอันยาวนานกว่า245 ปีของทาเคดาเรายังคงมุ่งมั่นทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขบุคลากรทางการแพทย์และพันธมิตรเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน”ดร. มาเฮนเดอร์นายัคหัวหน้าฝ่ายธุรกิจภูมิภาคอินเตอร์คอนติเนนทัล, ทาเคดากล่าว
“โรคไข้เลือดออกเป็นความท้าทายร่วมกันของระดับภูมิภาคซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือข้ามพรมแดนและทุกภาคส่วนทาเคดามุ่งเน้นการทำงานร่วมกับรัฐบาลหน่วยงานสาธารณสุขบุคลากรทางการแพทย์และพันธมิตรทั่วเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่เพียงเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกในประเทศที่ได้รับการอนุมัติและมีคำแนะนำให้ใช้เท่านั้นแต่ยังเพื่อเสริมสร้างความพยายามในการป้องกันโรคไข้เลือดออกในภาพรวมซึ่งรวมถึงการเฝ้าระวังโรคการสร้างความตระหนักรู้การควบคุมพาหะนำโรคและการมีส่วนร่วมของชุมชนเป้าหมายของเราคือการมีส่วนร่วมในการสร้างแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และสะท้อนความต้องการของแต่ละประเทศ”นายปีเตอร์สไตรเบิลกรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย, ทาเคดากล่าว
ตั้งแต่ปี 2023 คณะที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันขององค์การอนามัยโลก (SAGE) ได้ให้การรับรองการใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกโดยไม่จำเป็นต้องมีการตรวจคัดกรองก่อนการฉีดวัคซีน3โดยให้ใช้ในพื้นที่ที่มีโรคไข้เลือดออกเป็นโรคประจำถิ่น สนับสนุนการนำวัคซีนเข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันของภาครัฐในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูง3นอกจากนี้ วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกยังได้ผ่านการประเมินขององค์การอนามัยโลก (WHO prequalification) ซึ่งยืนยันว่าวัคซีนมีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานสากลด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ4 และทำให้สามารถดำเนินการจัดซื้อผ่านหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น UNICEF และ PAHO เพื่อเพิ่มการเข้าถึงให้มากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันการใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกได้รับการอนุมัติแล้วกว่า 43 ประเทศ โดยมีการกระจายวัคซีนมากกว่า 32 ล้านโดสทั่วโลก การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกได้รับการดำเนินการผ่านโครงการของภาครัฐและเอกชนทั่วเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา และยุโรป รวมถึงได้บรรจุอยู่ในโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติของบราซิล และโครงการภาครัฐในอาร์เจนตินา โคลอมเบีย และอินโดนีเซีย








