การจัดอันดับคุณภาพอากาศของเมืองใหญ่ทั่วโลก ประจำวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ช่วงเวลา 06.00-07.00 น. พบว่า กัมปาลา ประเทศยูกันดา มีคุณภาพอากาศย่ำแย่ที่สุดของโลก โดยมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 199 ซึ่งอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
อันดับ 2 ได้แก่ กินชาซา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก มีค่า AQI 187 ขณะที่ ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน อยู่ในอันดับ 3 ด้วยค่า AQI 151
นอกจากนี้ ยังมีหลายเมืองใหญ่ที่ติดอันดับมลพิษสูงในช่วงเช้าวันนี้ ได้แก่ ชิคาโก และ ดีทรอยต์ ของสหรัฐอเมริกา รวมถึง จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล รียาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย โกลกาตา ประเทศอินเดีย และ มานามา ประเทศบาห์เรน
10 อันดับเมืองมลพิษโลก วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 (เวลา 06.00-07.00 น.)
กัมปาลา, ยูกันดา – AQI 199
กินชาซา, คองโก-กินชาซา – AQI 187
ลาฮอร์, ปากีสถาน – AQI 151
ชิคาโก, สหรัฐอเมริกา – AQI 135
จาการ์ตา, อินโดนีเซีย – AQI 134
ดีทรอยต์, สหรัฐอเมริกา – AQI 127
เยรูซาเลม, อิสราเอล – AQI 123
รียาด, ซาอุดีอาระเบีย – AQI 119
โกลกาตา, อินเดีย – AQI 119
มานามา, บาห์เรน – AQI 116
คำแนะนำในการป้องกันผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ
ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศอยู่ในระดับสูง ควรปฏิบัติดังนี้
- หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการออกกำลังกายหนัก
- สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 ที่ได้มาตรฐาน เช่น N95 หรือ KN95 เมื่อออกนอกอาคาร
- ปิดประตูและหน้าต่างเพื่อลดการรับฝุ่นเข้าสู่ภายในบ้าน และหากมีเครื่องฟอกอากาศควรเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่อง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ เจ็บคอ แสบตา หรือหายใจลำบาก
- เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคระบบทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศที่มีมลพิษสูงเป็นพิเศษ
- ติดตามรายงานคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแผนการเดินทางและกิจกรรมในแต่ละวัน
หมายเหตุ: ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสภาพอากาศ ปริมาณฝุ่นละออง และแหล่งกำเนิดมลพิษ จึงควรติดตามข้อมูลล่าสุดอย่างต่อเนื่อง








