“เต็มระบบ” มท.3 สายตรงจากต่างประเทศ กำชับซ้อม C-MEX26 บูรณาการทุกภาคส่วน รับมือภัยพิบัติอย่างมีเอกภาพ
เมื่อวานนี้ (15 ก.ค.69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติด้านสาธารณภัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรณีอุทกภัย (C-MEX26) ณ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 15–17 กรกฎาคม 2569 เพื่อยกระดับความพร้อมของประเทศในการรับมืออุทกภัย ผ่านการฝึกปฏิบัติแบบเต็มรูปแบบที่จำลองสถานการณ์เสมือนจริง โดยบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร และภาคีเครือข่าย ให้สามารถปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ มีเอกภาพ และมีประสิทธิภาพสูงสุด
การฝึกครั้งนี้มุ่งเน้นการทดสอบระบบการบัญชาการเหตุการณ์ การสื่อสาร การแจ้งเตือนภัย การอพยพประชาชน การค้นหาและกู้ภัย การแพทย์และสาธารณสุข การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว การสนับสนุนทางอากาศ ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ทุกขั้นตอนสามารถเชื่อมโยงการปฏิบัติงานได้อย่างไร้รอยต่อ และพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การฝึก C-MEX26 ยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจากการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในอดีต ซึ่งแม้จะมีหน่วยงาน ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมสนับสนุนเป็นจำนวนมาก แต่การขาดกลไกประสานงานกลางในบางสถานการณ์ ส่งผลให้บางพื้นที่ได้รับความช่วยเหลือซ้ำซ้อน ขณะที่บางพื้นที่กลับยังเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
ปภ. จึงใช้การฝึกครั้งนี้เป็นเวทีทดสอบระบบบัญชาการเหตุการณ์ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน เพื่อให้สามารถจัดสรรกำลังพล เครื่องจักร อุปกรณ์ และทรัพยากรต่าง ๆ ไปยังพื้นที่ที่มีความจำเป็นได้อย่างเหมาะสม ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย และทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ แม้นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จะอยู่ระหว่างปฏิบัติราชการในต่างประเทศ แต่ยังคงติดตามการฝึก C-MEX26 อย่างใกล้ชิด โดยได้ สายตรง ถึงผู้บริหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อสอบถามความคืบหน้าของการฝึกเป็นระยะ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานใช้โอกาสนี้ทดสอบการปฏิบัติงานร่วมกันแบบ “เต็มระบบ” ครอบคลุมตั้งแต่การบัญชาการ การสื่อสาร การประสานงาน การบริหารจัดการทรัพยากร และการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อให้เมื่อเกิดสาธารณภัยจริง ทุกหน่วยสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว มีเอกภาพ และเข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายเจเศรษฐ์ ยังเน้นย้ำว่า การฝึกครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการซ้อมปฏิบัติของแต่ละหน่วยงาน แต่เป็นการซ้อมระบบการทำงานร่วมกันทั้งประเทศ เพราะเมื่อเกิดภัยพิบัติจริง การช่วยเหลือประชาชนจะประสบผลสำเร็จได้ ต้องอาศัยการประสานงานที่เป็นเอกภาพ การสั่งการที่ชัดเจน และการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประสบภัยทุกพื้นที่อย่างรวดเร็วและไม่เกิดความซ้ำซ้อน
สำหรับการฝึกภาคสนามในปีนี้ ประกอบด้วยการฝึกและสาธิตการปฏิบัติ 5 สถานี ได้แก่ การอพยพประชาชน การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว การแพทย์และสาธารณสุข การค้นหาและกู้ภัยทางน้ำ และการปฏิบัติการทางอากาศ โดยจำลองสถานการณ์ให้ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริงมากที่สุด เพื่อประเมินศักยภาพของทุกหน่วยงานและนำผลการฝึกไปพัฒนาระบบบริหารจัดการสาธารณภัยของประเทศให้มีความพร้อมยิ่งขึ้น
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี เครื่องมือ และการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า เมื่อเกิดสาธารณภัยขึ้นจริง ประเทศไทยมีระบบการบริหารจัดการที่พร้อมรับมือ สามารถลดความสูญเสีย และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว มีเอกภาพ และมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด “คนพร้อม เครื่องจักรพร้อม ร่วมใจฝ่าวิกฤต บรรเทาภัยเพื่อประชาชน”
ทั้งนี้นายเจเศรษฐ์ ยังกำชับกับทาง ปภ. ว่า “ภัยพิบัติไม่รอให้ทุกคนพร้อม ดังนั้นระบบการทำงานของภาครัฐต้องพร้อมเสมอ และทุกหน่วยต้องทำงานเป็นทีมเดียวกัน เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่การลงพื้นที่ แต่คือการช่วยประชาชนให้ได้เร็วที่สุด”
#ปภ #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #cmex26 #มท3 #กระทรวงมหาดไทย #รับมือภัยพิบัติ #แผนฉุกเฉิน #ความปลอดภัยประชาชน #ภัยพิบัติ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








