การจัดอันดับคุณภาพอากาศเมืองใหญ่ทั่วโลกประจำวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ช่วงเวลา 06.00-07.00 น. พบว่า หลายเมืองยังเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศ โดยค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ในระดับที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
จากข้อมูลการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก พบว่า กินชาซา ประเทศคองโก-กินชาซา ขึ้นอันดับ 1 ของโลก ด้วยค่า AQI อยู่ที่ 172 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ” โดยประชาชนทั่วไปอาจเริ่มได้รับผลกระทบ และกลุ่มที่มีความไวต่อมลพิษอาจมีอาการมากขึ้น
อันดับ 2 ได้แก่ จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย มีค่า AQI อยู่ที่ 168 ขณะที่อันดับ 3 คือ ธากา ประเทศบังกลาเทศ มีค่า AQI อยู่ที่ 159 สะท้อนให้เห็นว่าหลายเมืองใหญ่ในเอเชียยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านมลพิษจากการจราจร การขยายตัวของเมือง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
10 อันดับเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงสุดในโลก วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ได้แก่
กินชาซา ประเทศคองโก-กินชาซา AQI 172
จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย AQI 168
ธากา ประเทศบังกลาเทศ AQI 159
โจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ AQI 131
โกลกาตา ประเทศอินเดีย AQI 129
ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน AQI 126
เทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล AQI 120
รียาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย AQI 119
เยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล AQI 114
ชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา AQI 113
คำแนะนำในการดูแลสุขภาพเมื่อค่าฝุ่นสูง
เมื่อค่าดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสูง ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะช่วงที่ค่าฝุ่นละอองสะสมสูง ควรปฏิบัติดังนี้
- ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการออกกำลังกายหนักในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูง
- สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 เช่น หน้ากากมาตรฐาน N95 หรือหน้ากากที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้
- ปิดประตูและหน้าต่างเมื่อคุณภาพอากาศภายนอกแย่ เพื่อลดฝุ่นเข้าสู่ภายในบ้าน
- ใช้เครื่องฟอกอากาศหรือเพิ่มการระบายอากาศอย่างเหมาะสม หากอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษสะสม
- ติดตามค่าคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ก่อนวางแผนเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- กลุ่มเสี่ยงควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษ หากมีอาการไอ หายใจติดขัด แน่นหน้าอก หรือระคายเคืองดวงตา ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและพบแพทย์หากอาการรุนแรง
ปัญหามลพิษทางอากาศยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั่วโลก การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับฝุ่นละอองและมลพิษสะสมในระยะยาวได้








