นโยบายกัญชากลับมาเป็นที่สนใจอย่างมากอีกครั้ง ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เมื่อมีข่าวหลายข่าวในวันเดียว ว่ามีถึงสามประเทศพร้อมๆกันที่จับกัญชาจำนวนมากที่ส่งออกจากประเทศไทย คือ อินโดนีเซีย โปแลนด์ และฮ่องกง (https://www.youtube.com/watch?v=2TvQDjKLNEc) ทำให้นายกต้องกล่าวคำพูดหลายๆคำ ได้แก่ “กัญชาถ้าไม่ใช่เพื่อการแพทย์ ส่งออกไม่ได้” “อย่าทำนโยบายกัญชาเอาใจรัฐมนตรี หากพิสูจน์แล้วไม่ดี พร้อมปิด” และ “ศักดิ์ศรีความเป็นไทยไม่เหลือ ถ้าแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้” และ กระทรวงสาธารณสุขมีทีท่าว่าจะเร่งผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับกระทรวงสาธารณสุขโดยเร็ว (https://www.hfocus.org/content/2026/07/38602) ตลอดจนพรรคภูมิใจไทยก็เร่งผลักดันกฎหมายกัญชาฉบับพรรคภูมิใจไทยโดยเร็วเช่นกัน (https://mgronline.com/politics/detail/9690000064686)
เครือข่ายแพทย์ นักวิชาการ และ ภาคประชาชน ต้านภัยยาเสพติด ขอตั้งประเด็นทำความเข้าใจและข้อเสนอแนะ ดังนี้
ผลของนโยบายการปลดกัญชาจากการเป็นยาเสพติดของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 นอกจากจะทำให้เกิดการใช้และผลกระทบจากการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการในประเทศไทยอย่างกว้างขวางแล้ว นโยบายนี้กำลังแสดงปรากฏการณ์ให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังกลายเป็นแหล่งปฏิบัติการของอาชญากรรมกัญชาข้ามชาติ คือ ผลิต บรรจุ ครอบครอง เตรียมการลักลอบส่งออกดอกกัญชา ในประเทศไทยได้โดยสะดวก เพราะไม่ผิดกฎหมายยาเสพติดใดๆ รอเพียงการลักลอบนำเข้าไปยังประเทศต่างๆให้สำเร็จได้เท่านั้น ผลกระทบจากนโยบายกัญชาที่ผิดพลาดในครั้งนี้จึงใหญ่หลวงนัก ทั้งในประเทศไทย และกำลังจะเกิดขึ้นในระดับโลก
คำพูดที่ว่า “กัญชาทางถ้าไม่ใช่เพื่อการแพทย์ ส่งออกไม่ได้” นั้น ข้อเท็จจริงคืออะไร คำตอบ คือปัจจุบันดอกกัญชาถูกควบคุมด้วย พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ซึ่งห้ามการจำหน่ายและส่งออกดอกกัญชาเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น กฎหมายนี้ไม่มีอำนาจห้ามการส่งออกช่อดอกกัญชา ดังนั้นเมื่อขออนุญาตส่งออกดอกกัญชาแล้วก็ย่อมส่งออกดอกกัญชาที่ไม่ใช่เพื่อการแพทย์ได้ จะเห็นได้ว่าไม่มีการจับกุมการส่งออกดอกกัญชาที่ได้ขออนุญาตส่งออกแล้วในประเทศไทย เพราะประเทศไทยไม่ได้ห้ามส่งออกดอกกัญชา เพียงแค่ห้ามการส่งออกดอกกัญชาที่ไม่ได้รับอนุญาติเท่านั้น แต่ที่พูดว่าส่งออกดอกกัญชาไม่ได้ น่าจะต้องพูดว่าเป็นการนำเข้าต่างประเทศไม่ได้ต่างหาก เพราะกัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศปลายทางเหล่านั้น คำพูดนี้จึงเป็นคำพูดลอยๆที่ไม่มีกฎหมายรองรับ (หมายเหตุ - คำพูดที่ไม่มีกฎหมายรองรับในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ได้แก่ “ห้ามสูบกัญชาในที่สาธารณะ” แต่ที่จริงกฎหมายทำได้แค่ห้ามสูบกัญชาให้ผู้อื่นรำคาญ “ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่ายี่สิบปีสูบกัญชา” แต่ที่จริงกฎหมายทำได้แค่ห้ามจำหน่ายกัญชาแก่เยาวชนอายุต่ำกว่ายี่สิบปี หรือ คำที่ได้ยินบ่อยที่สุด คือ “ไม่ได้สนับสนุนกัญชาเพื่อสันทนาการ” แต่ที่จริงคือไม่มีกฎหมายใดห้ามการสูบดอกกัญชา จึงมีการขายและเสพดอกกัญชาเพื่อสันทนาการทั่วประเทศ)
คำพูดที่ว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นไทยไม่เหลือ ถ้าแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้” ประชาชนและสื่อมวลชนต้องติดตามพฤติกรรมการกระทำว่าจะมีการออกมาตรการหรือกฎหมายที่มีประสิทธิผลหรือไม่ ประชาชนและสื่อมวลชนต้องรู้เท่าทันว่า “คำพูดที่ทำให้ดูดี” ไม่ใช่การแก้ปัญหา
คำพูดที่ว่า “อย่าทำนโยบายกัญชาเอาใจรัฐมนตรี หากพิสูจน์แล้วไม่ดี พร้อมปิด” เป็นอีกคำพูดหนึ่งที่ดูดี และเป็นนิมิตหมายที่ดีมากหากทำจริง เนื่องจากว่า “การปิดกัญชาเสรี” โดยนำกัญชากลับไปอยู่ภายใต้การควบคุมของประมวลกฎหมายยาเสพติด “ทันที” คือ ทางออกที่ถูกต้อง การเร่งผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ทางออก เพราะ (1) ต้องใช้เวลาเป็นปีๆสำหรับกระบวนการสองสภา เพราะมีรายละเอียดที่ต้องถกเถียงกันมาก จึงเร่งไม่ได้ (2) ขณะนี้มีร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง อย่างน้อยสองร่างที่หลักการพื้นฐานต่างกันโดยสิ้นเชิง คือ ฉบับกระทรวงสาธารณสุขปัจจุบันที่เป็น “กัญชาทางการแพทย์” และ ฉบับพรรคภูมิใจไทย “ที่อนุญาตให้สูบกัญชาได้ ควบคุมเพียงการสูบกัญชาในที่สาธารณะเท่านั้น” และ มีมาตรการ “ให้รัฐมนตรีสามารถกำหนดพื้นที่สูบกัญชาได้” ซึ่งเป็นนโยบายที่เอื้อให้มีการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ ธุรกิจจะวิ่งเข้าหาฝ่ายการเมืองเพื่อขอให้ตนสามารถเปิดพื้นที่สูบกัญชาได้ แม้จะไม่ต้องพูดให้ชัดเจนว่าจะส่งเสริมกัญชาเพื่อสันทนาการก็ตาม ที่สำคัญคือจำนวน ส.ส. และ ส.ว. ที่มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันกับพรรคภูมิใจไทยมีจำนวนมาก หากในที่สุดร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับพรรคภูมิใจไทย เป็นร่างหลักในการพิจารณาของสภาฯ โอกาสที่ประเทศไทยจะมีกฎหมายไม่ห้ามการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ เป็นไปได้สูงมาก ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบทั้งในประเทศและระดับโลกอย่างที่ผ่านมาหนักขึ้นไปอีก
ดังนั้นเพื่อควมรวดเร็วในการแก้ปัญหาทันที ต้องดำเนินการดังนี้ (1) กระทรวงสาธารณสุข โดยคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด ดำเนินการประชุมและมีมติให้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพื่อนำกัญชากลับไปถูกควบคุมภายใต้ประมวลกฎหมายยาเสพติด แล้วนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ส. (2) คณะกรรมการ ป.ป.ส. ที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานด้วยตนเอง และประกาศอย่างจริงจังว่าต้องปราบยาเสพติด และจะปิดนโยบายกัญชาเสรีหากเป็นนโยบายที่ไม่ดีมากกว่าดี ดำเนินการประชุมและมีมติเห็นชอบประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้ และ รัฐมนตรีลงนาม ประกาศในราชกิจจานุเบกษา บังคับใช้ต่อไป ปัญหาไทยเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมกัญชาของโลกจะหมดไป เพราะประมวลกฎหมายยาเสพติดมีอำนาจควบคุม “การครอบครองกัญชา” จะทำให้เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทำกิจกรรมเตรียมการลักลอบขนกัญชาข้ามประเทศไม่ได้
จากนั้น (3) จึงผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ในขณะที่กัญชาได้กลับไปอยู่ภายใต้การควบคุมของประมวลกฎหมายยาเสพติดแล้ว วิธีการนี้จึงจะทำให้ ส.ส. และ ส.ว. มีเวลาถกเถียงกันอย่างรอบคอบ รอบด้าน ตลอดจนสามารถมีเวลารับฟังความเห็นประชาชนได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ประเทศไทยมีกฎหมายกัญชาที่เอื้อต่อกัญชาเพื่อสันทนาการหรือไม่ และควรทำอย่างไรจึงจะทำให้ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อการรักษาจริงๆจะได้รับประโยชน์อย่างถูกต้องและเพียงพอ
จะ “พูดแล้วทำ” หรือ “พูดให้ดูดีไปวันๆ” รอดูกัน
ลงชื่อ เครือข่ายแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาชน ต้านภัยยาเสพติด
7 กรกฎาคม 2569
รายชื่อเครือข่ายแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาชน ต้านภัยยาเสพติด
นพ.ชาตรี บานชื่น อดีตกรรมการแพทยสภา อดีตอธิบดีกรมสุขภาพจิต และ อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ดร.วิโรจน์ สุ่มใหญ่ ที่ปรึกษาคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ สหประชาชาติ
ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล นักวิทยาศาสตร์ Centre for Addiction and Mental Health, Canada
รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กุมารแพทย์ผู้เชียวชาญด้านการแพทย์วัยรุ่น และ ผู้จัดการโครงการต้นทุนชีวิต ประเทศไทย
ศ.นพ.มานิต ศรีสุรภานนท์ ศาสตราจารย์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ศ.นพ.ชวนันท์ ชาญศิลป์ ศาสตราจารย์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พล.ท.นพ.พิชัย แสงชาญชัย ประธานชมรมจิตเวชศาสตร์การเสพติดแห่งประเทศไทย
รศ.ดร.ภญ.จุฑามณี สุทธิสีสังข์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ อาจารย์ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
รศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ นายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย
รศ.นพ.สหภูมิ ศรีสุมะ อายุรแพทย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ผศ.ดร.อุษณีย์ พึ่งปาน ที่ปรึกษา ศูนย์วิจัยยาเสพติด วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อ.ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร หน่วยวิชาการเครือข่ายนักสาธารณสุขจัดการปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ (สปสส.) คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
นายไฟซ้อน บุญรอด ประธานเครือข่ายภาคประชาชนป้องกันภัยยาเสพติด
รศ.นพ.ศิริไชย หงษ์สงวนศรี ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
นพ.ไพศาล ปัณฑุกำพล สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทร์บรมราชชนนี
นพ.วิทยา จารุพูนผล อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ขอนเก่น
นพ.วิโรจน์ เยาวพลกุล แพทย์เกษียณ จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
นพ.วัฒนา สุพรหมจักร แพทย์เกษียณ จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
พล.อ.นพ.ชูศักดิ์ สุวรรณศิริกุล แพทย์เกษียณ จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
พล.อ.ท.นพ.วิศิษฏ์ ดุสิตนานนท์ แพทย์เกษียณ จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
นพ.เจริญ ปฏิภาณเทวา แพทย์เกษียณ จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
พญ.ภาพิส เสงี่ยมพรพาณิชย์ ข้าราชการบำนาญ
พญ.อรพินธ์ พจน์พริ้ง อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พล.อ.นพ.อิสสระชัย จุลโมกข์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ รพ.บางโพ และอดีตผู้อำนวยการ รพ.พระมงกุฏเกล้าฯ
นพ.พงษ์สันติ์ ลี้สัมพันธ์ แพทย์ รพ.หัวเฉียว
นพ.ณัฐกุล แย้มประเสริฐ กลุ่มงานออร์โธปิดิกส์ รพ.มหาราชนครราชสีมา
รศ.นพ.กำธร มาลาธรรม อายุรแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี
นพสรรัตน์ เลอมานุวรรัตน์ แพทย์เกษียณ จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
นพ.อธิคม สงวนตระกูล กลุ่มงานอายุรกรรม รพ.มหาราชนครราชสีมา
พญ.สริฐา มหาศิริมงคล นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รพ.กลาง
นพ.ปฏิเวช งามวิจิตวงศ์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รพ.กลาง
พญ.วิภัสรา สวัสดี นายแพทย์ชำนาญการ รพ.บุรีรัมย์
นายยศกร ขุนภักดี ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนไม่นะกัญชาและยาเสพติด (YNAC)
พญ.เสาวลักษณ์ นาคะพงษ์ อดีตผู้อำนวยการรพ.มหาสารคาม
นพ.เสถียร เตชะไพฑูรย์ แพทย์ รพ.บำรุงราษฎร์
นายวิฑูรย์ เตชะพัฒนสุนทร Auditor บริษัทมหาชนหลายแห่ง
นายวันชัย ตุลาธมุตติ วิศวกร
นายชัยโรจน์ วัฒนวรรณเวชช์ เจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับกระจก
นพ.ซื่อตรง เจียมจรรยา แพทย์เกษียณ อดีตอาจารย์คณะแพทย์ รามาธิบดี
พญ.ดวงเดือน ศิลปสุวรรณ แพทย์เกษียณ จบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
นพ.ธนวรรฒน์ โชติมา ศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
นพ.นคร ภิญญาวัฒน์ ศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
นพ.พรเทพ จันทวานิช ที่ปรึกษาคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
พอ.นพ.ศักดิ์ชัย อติโพธิ แพทย์เกษียณ กรมการแพทย์ทหารบก
พญ.สุรภี เรืองสุวรรณ อดีตผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
ศ.เกียรติคุณ พญ.อังกาป ปราการรัตน์ อดีตอาจารย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ศ.เกียรติคุณ พญ.กฤษณา เพ็งสา อดีตอาจารย์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
พญ.อุไภยพรรณ ลุวีระ ศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
พญ.สุนันท์ ไรวา ศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
พลตรี พญ.ยุพาพิน จุลโมกข์ แพทย์เกษียณ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า กรมแพทย์ทหารบก
นพ.วรพล ชีรณานนท์ ศิษย์เก่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, แพทย์ รพ.สุขุมวิท
พญ.กาญจนา ชัยกิตติศิลป์ ศิษย์เก่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, แพทย์ รพ.กรุงเทพ
พล.อ. นพ.สีมา ศุภเกษม แพทย์เกษียณ รพ.พระมงกุฏเกล้า กรมแพทย์ทหารบก
ศ.เกียรติคุณ นพ.เกรียงศักดิ์ จีระแพทย์ ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ผศ.นพ.เอื้อพงศ์ จตุรธำรง อดีตรองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
พลโท.พญ.ทิพย์สุรีย์ นาคประสิทธิ์ ข้าราชการเกษียณ รพ.พระมงกุฏเกล้า กรมแพทย์ทหารบก
รศ.พญ.ชลีรัตน์ ดิเรกวัฒนชัย กรรมการและเหรัญญิก ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
นพ.ภิญโญ เปลี่ยนรังษี แพทย์โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน
พญ.ประภาพรรณ นาควัชระ ศิษย์เก่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
พญ.รุ่งเรือง กาญจนภูมิ แพทย์แผนภูมิแพ้ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ศูนย์การแพทย์
นพ.สมหวัง อภิชัยรักษ์ ศิษย์เก่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
พลโท พญ.กมลพร สวนสมจิตร อดีตผู้อำนวยการ สำนักงานแพทย์ทหาร กองบัญชาการ กองทัพไทย
พญ.พูนศรี เลขะกุล อดีตอาจารย์ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์
นพ.ศัลยเวทย์ เลขะกุล อดีตประธานราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกฯ และ อดีตเลขาธิการมูลนิธิหูคอจมูกชนบทฯ และ รางวัลคนไทยตัวอย่างมูลนิธิธารน้ำใจ








