วันที่ 7 ก.ค.69 รสนา โตสิตระกูล อดีตสว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานจะปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน กี่โมง ?!
ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกลดลงสู่ภาวะปกติแล้ว หลายประเทศราคาน้ำมันลดลงสู่สภาพเดิม แต่ไทยเงียบกริบ !! น้ำมันสำเร็จรูปขายปลีกยังไม่ลดลงสู่ภาวะเดิมก่อนเกิดวิกฤต เทียบกับมาเลเซีย และเวียดนาม ไทยแพงกว่าทั้ง2ประเทศ
ราคาน้ำมันเบนซิน95 ของไทยราคา (1กค.2569) 47.64 บาท/ลิตร มาเลเซียราคา 27.40 บาท/ลิตร เวียดนาม 28.04 บาท/ลิตร ซึ่งมีราคาถูกกว่าเบนซินไทย 20 บาทต่อลิตร ?!
น้ำมันดีเซลบี7 ของไทย 37.50 บาท/ลิตร ดีเซล 100% ของมาเลเซียราคา 32.27 บาท/ลิตร เวียดนาม ราคา 30.19 บาท/ลิตร ซึ่งมีราคาถูกกว่าไทย 5-7 บาทต่อลิตร
การที่ราคาน้ำมันไทยแพงกว่าเพื่อนบ้าน เพราะรัฐบาลปล่อยให้โรงกลั่นได้กำไรโดยไม่กำกับ ใช่หรือไม่ ?!
ไตรมาสแรกกำไรโรงกลั่นสูงถึง 200-900% รัฐบาลไม่กระดิกกระเดี้ยคิดถึงการออกกฎหมายการเก็บภาษีลาภลอย และไม่ยอมคุมเพดานค่าการกลั่น เพื่อลดกำไรโรงกลั่นลงในภาวะวิกฤต ทั้งที่สามารถใช้ พระราชกำหนดป้องกัน และแก้ไขภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน พ.ศ 2516 ได้ในภาวะวิกฤตในช่วงมีนาคม-มิถุนายน 2569 ใช่หรือไม่
เมื่อราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงมากแล้ว แต่ไทยลดช้า และอาจถือโอกาสไม่ลด ปล่อยน้ำมันไทยแพงค้างฟ้าไว้อย่างนั้นให้ เป็น “นิว นอมอล”ใหม่ ให้คนไทยเคยชินใหม่ ว่าราคาน้ำมันไทยจะแพงแบบนี้ จะทำอะไรเขาได้ ใช่หรือไม่?
ขอถามรัฐบาลนายอนุทิน และรมว.พลังงานได้ทำอะไรบ้างไหม กับสถานการณ์วิกฤตดังต่อไปนี้
1) จะทำอย่างไรกับกำไรส่วนเกินของโรงกลั่น 200-900% หรือแค่ดึงเงิน 8,300 ล้านบาทมาลดราคาหน้าโรงกลั่น ก็เพียงพอแล้ว ?!?
2) มีข่าวสื่อมวลชนเมื่อ 3 กรกฎาคมว่ารัฐมนตรีกระทรวงพลังงานจะอนุมัติให้กองทุนน้ำมันกู้เงิน 20,000 ล้านบาทเพื่อเสริมสภาพคล่องนั้น จริงหรือไม่ คือเพื่อคืนหนี้ให้โรงกลั่นน้ำมัน ทั้งราคาเนื้อน้ำมันและไบโอดีเซลใช่หรือไม่
ถ้าทำเช่นนี้จริง นอกจากไม่ใช้กฎหมายภาษีลาภลอย และไม่คุมเพดานค่าการกลั่นแล้ว ยังจะคืนกำไรที่เคยดึง 8,300 ล้านบาทมาลดราคาหน้าโรงกลั่น เท่ากับเป็นการคืนกำไรให้โรงกลั่นตามเดิม ใช่หรือไม่
3)ทีมสุดซอยกับอัยการจัดการตามจับไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ซึ่งไม่เพียงพอ ต้องรวมถึงการตรวจสอบนับสต๊อกเพื่อเรียกเงินคืนจากการเอาน้ำมันสำเร็จรูปคงค้างในสต๊อกทุกแห่ง ที่นำมาขายในราคาใหม่ แต่เหตุใดจึงไม่มีข่าวว่าจะดำเนินการหรือไม่ จึงมีคำถามและความสงสัยว่า
การที่เงียบกริบเช่นนี้ จะเป็น เพราะว่ามันคือการถอนทุนการเลือกตั้งที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ ใช่หรือไม่ จึงไม่ทำอะไร ?!?
ขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีเอกนัฏหยุดรำวงซื้อเวลา และแก้ไขปัญหาน้ำมันแพงทั้ง 3ข้อ ให้สุดซอยเพื่อประชาชนได้แล้ว อย่าให้ประชาชนต้องผิดหวังกับรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่เลย








