ไทยพีบีเอส ผนึกเครือข่ายความปลอดภัย เปิดตัว “SOS รู้แล้วรอด” สร้างทักษะเอาชีวิตรอดให้เด็กไทย รับมือเหตุฉุกเฉินอย่างถูกวิธี ผ่านสถานการณ์จำลองจริง เริ่ม 19 ก.ค. นี้
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ร่วมกับ บริษัท ซูเปอร์จิ๋ว จำกัด และหน่วยงานด้านความปลอดภัยและการจัดการภัยพิบัติได้แก่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย (ปภ.) สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง สังกัดสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. กรมแพทย์ทหารเรือ มูลนิธิร่วมกตัญญู และFROG Team Thailand เปิดตัวรายการ “SOS รู้แล้วรอด” รายการเพื่อการเรียนรู้ที่มุ่งสร้างทักษะการเอาชีวิตรอดจากเหตุฉุกเฉินให้กับเด็กและเยาวชนไทย ผ่านการจำลองสถานการณ์เสมือนจริงและการฝึกปฏิบัติร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายหน่วยงาน ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 07.30 น. เริ่มวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคมนี้ ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3
นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าวว่า “ปัจจุบันประเทศไทยและสังคมโลกเผชิญกับภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว อัคคีภัย อุบัติเหตุ หรือเหตุไม่คาดฝันในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ทักษะการเอาชีวิตรอดไม่ใช่เพียงความรู้เสริม แต่เป็นทักษะชีวิตที่เด็กทุกคนควรมีติดตัว เพราะในสถานการณ์คับขัน ความรู้และการตัดสินใจที่ถูกต้องอาจเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยรักษาชีวิตของตนเองและผู้อื่นได้
นายวันชัย กล่าวต่อว่ารายการ “SOS รู้แล้วรอด” ผลิตโดยศูนย์สื่อสาธารณะเพื่อเด็กและการเรียนรู้ โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างภูมิคุ้มกันด้านความปลอดภัยให้กับเด็กไทย ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่เข้าใจง่าย สนุก และสามารถนำไปใช้ได้จริง เป็นการเปลี่ยนพื้นที่โรงเรียนให้กลายเป็นสนามฝึกทักษะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ฉุกเฉินเสมือนจริง ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้เด็กและเยาวชนสามารถรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง
“สิ่งสำคัญคือ ทุกคนต้องมีสติ รู้จักประเมินสถานการณ์ และสามารถตัดสินใจรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง โดยไทยพีบีเอสหวังเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในสังคมที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา” วันชัย กล่าวพร้อมกันนี้อธิบายอีกว่า “SOS” เป็นสัญญาณสากลที่ใช้ขอความช่วยเหลือในยามฉุกเฉิน และเป็นที่มาของชื่อรายการ ซึ่งจะเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่ช่วยให้เยาวชนและประชาชนเข้าใจวิธีรับมือกับสถานการณ์เสี่ยงในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านวิวัฒน์ วงศ์ภัทรฐิติ หรือ พี่ซุป–ซูเปอร์จิ๋ว กล่าวว่า เคยร่วมงานกับ ไทยพีบีเอสมาแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการผลิตเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับ “ภัยพิบัติ” สำหรับเด็ก ที่แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่หากเกิดขึ้นแล้ว เด็ก ๆ จำเป็นจะต้องรู้วิธีเอาตัวรอดให้ได้ โดยรูปแบบของรายการจะเป็นกึ่งสถานการณ์จำลอง มีผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ ที่สำคัญกว่านั้น เนื้อหาจะไม่จบแค่บนหน้าจอโทรทัศน์ แต่จะถูกส่งต่อไปยังช่องทางออนไลน์ และมีแผนจะทำเป็นเวิร์กชอป (Workshop) เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ลงมือฝึกฝนด้วยตัวเอง
สำหรับภายในงานมีตัวแทนสถานศึกษาที่ร่วมเปลี่ยนพื้นที่ในโรงเรียนให้กลายเป็นสนามฝึกเอาตัวรอดเสมือนจริง เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ โรงเรียนพิชญศึกษา โรงเรียนอยู่เย็นวิทยา และโรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม พร้อมสาธิตการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยมีอุปกรณ์จำลองแผ่นดินไหว ลิฟต์ การทุบกระจก ให้ได้เรียนรู้ รวมถึงวงเสวนา เด็กไทยกับการเรียนรู้ “วิชาเอาชีวิตรอดจากเหตุฉุกเฉิน” ด้วย รายการ “SOS รู้แล้วรอด” ประกอบด้วย 3 ช่วงหลัก
Survival Candid: จำลองสถานการณ์ฉุกเฉินแบบเสมือนจริงในโรงเรียน เพื่อฝึกให้เด็ก ๆ ตัดสินใจทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ มาดูกันว่าเด็กแต่ละคนจะรับมืออย่างไร
Survival Mission: เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานชั้นนำ ทั้งทีมกู้ภัย นักดับเพลิง และแพทย์ทหาร เพื่อให้เด็ก ๆ รู้ว่าเมื่อเกิดเหตุจริง ต้องทำอะไรก่อน อะไรหลัง
Survival Song: ปิดท้ายด้วยบทเพลงที่ช่วยให้เด็ก ๆ จดจำวิธีเอาชีวิตรอดได้ง่าย สนุก และติดหูไปนาน ๆ เพราะสิ่งที่ร้องได้ คือสิ่งที่จำได้ตลอดชีวิต
นอกจากนี้ ไทยพีบีเอส ยังนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการรับมือภัยพิบัติ ผ่านทางแพลตฟอร์ม Policy Watch จับตานโยบายสาธารณะ นวัตกรรมประชาธิปไตย เป็นเครื่องมือติดตาม ตรวจสอบและสร้างการมีส่วนร่วมในนโยบายสาธารณะจากทุกภาคส่วนอีกด้วย
เพราะทักษะที่ลูกได้รับจาก "SOS รู้แล้วรอด" ไม่ใช่แค่ความรู้สำหรับการสอบ แต่คือ "ทักษะที่อาจช่วยชีวิตเขาได้จริง ๆ" ในวันที่ไม่มีใครคาดคิด ติดตามได้ในรายการ “SOS รู้แล้วรอด” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 07.30 – 07.45 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และทุกช่องทางออนไลน์ของ Thai PBS เริ่ม 19 กรกฎาคม นี้








