วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบการนำเข้าผักและผลไม้ที่มีสารปนเปื้อน ที่ด่านศุลกากรแหลมฉบัง ภายใต้โครงการ “1 DANN 1 LAB 1 DAY”
โดยระบุว่าจากความต่อเนื่องในการสกัดกั้นผักผลไม้พิษตั้งแต่ด่านเชียงของในปีที่ผ่านมา ครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ด่านแหลมฉบังซึ่งเป็นด่านที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและมีปริมาณการนำเข้าสูงมาก ผลการสุ่มตรวจล่าสุดแม้จะเป็นเรื่องน่ายินดีที่ไม่พบสารปนเปื้อนในแก้วมังกรและหอมหัวใหญ่ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าจำนวนตัวอย่างที่สุ่มตรวจยังน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ที่เข้ามา
ทั้งนี้ หากดูภาพรวมการตรวจตลอดทั้งปีกลับพบความน่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากมีอัตราการปนเปื้อนสูงถึงเกือบ 30% ขณะที่เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจที่ด่านแหลมฉบังมีเพียง 12 คน ซึ่งไม่สอดคล้องกับปริมาณสินค้าจำนวนมหาศาล
ด้านตัวแทนจากมูลนิธิชีววิถี ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ให้ข้อมูลเชิงลึกว่า จากการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พบว่าแก้วมังกรใช้เวลาตรวจตามเกณฑ์ 24 ชั่วโมง แต่หอมหัวใหญ่กลับใช้เวลาถึง 3 วัน ซึ่งต้องมีการตรวจสอบข้อติดขัดกับด่านอาหารและยาต่อไป
อย่างไรก็ตาม สถิติภาพรวมปี 2568 ทุกด่านทั่วประเทศพบการตกค้างเกินมาตรฐานถึง 36.7% จาก 1,067 ตัวอย่าง และในเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา พบการตกค้างสูงถึง 58% หรือเกินกว่าครึ่งหนึ่งของตัวอย่างที่ตรวจ เฉพาะที่ด่านแหลมฉบังช่วงปี 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 มีการตรวจผัก 112 ตัวอย่าง ตกมาตรฐาน 10.7% โดยเฉพาะ ขึ้นฉ่าย สลัด หัวไชเท้า ผักกาดหอม และมันฝรั่ง ส่วนผลไม้ตรวจ 496 ตัวอย่าง พบสารตกค้าง 21.37% ใน ส้ม สาลี่ ลูกแพร์ แก้วมังกร องุ่น และแอปเปิล ที่น่าตกใจคือพบสารคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ซึ่งเป็นสารที่ไทยแบนแล้วและมีอันตรายต่อระบบประสาททารก สูงถึง 46.7% ของกลุ่มที่ตกมาตรฐาน
ขณะที่ตัวแทนจากสภาองค์กรของผู้บริโภค และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการฯ ระบุว่าด่านแหลมฉบังมีปริมาณตู้คอนเทนเนอร์สูงเกือบ 10 ล้าน TEU ต่อปี แต่มีเจ้าหน้าที่เพียงหลักสิบคน ซึ่งไม่สมดุลกับภาระงาน สินค้ากว่า 90% เข้ามาทางเรือและที่เหลือทางรถไฟ ซึ่งการใช้เครื่อง X-ray แบบเดิมยังมีข้อจำกัด จึงเสนอให้เปลี่ยนเป็นเทคโนโลยี TC Scan เพื่อความแม่นยำและลดภาระเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ยังพบปัญหา "Down time" หรือระยะเวลาที่สูญเสียไปในการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เพื่อชักตัวอย่างที่ใช้เวลาถึง 5-6 ชั่วโมง ทำให้ประสิทธิภาพการสุ่มตรวจทำได้น้อยเพียงหลักพันตู้จากจำนวนแสนตู้ต่อปี และเนื่องจากค่าขนส่งสินค้าคืน (Re-export) จากแหลมฉบังมีราคาสูง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงเลือกวิธีทำลายสินค้าในประเทศ ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการฯ กำลังติดตามว่าขั้นตอนการฝังกลบทำลายสารเคมีจำนวนมากนั้นมีการสะสมตกค้างในสิ่งแวดล้อมหรือไม่
นายสุนทรกล่าวว่าวิกฤตสุขภาพที่ประชาชนไทยต้องเผชิญ โดยตัวเลขผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่พุ่งสูงขึ้นจาก 140,000 คน เป็นกว่า 200,000 คนต่อปี ซึ่งเป็นผลจากการสะสมของสารพิษในอาหารที่ก่อให้เกิดโรค NCDs จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มความสำคัญกับนโยบายอาหารปลอดภัย เพิ่มกำลังคนและประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่หน้าด่าน พร้อมทั้งเร่งผลักดันการแก้ไข พรบ. อาหาร พ.ศ. 2522 ที่ล้าสมัยมากว่า 40 ปี เพื่อให้มีกฎหมายที่ทันสมัยในการคุ้มครองผู้บริโภคไทยให้ปลอดภัยจากสารพิษตกค้างอย่างแท้จริง








