วันที่ 21 มิถุนายน 2569 จากเหตุการณ์ระเบียงกันสาดอาคาร 2 ชั้น ที่พระราม 4 ถล่ม เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย โพสต์ช้อความผ่านเฟซบุกส่วนตัว ระบุว่า
" เมื่อวานนี้ ช่วงค่ำ ผมได้ลงพื้นที่ถนนพระราม 4 เพื่อดูโครงสร้างอาคารที่ถล่ม จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่า ส่วนที่ถล่มไปคือ กันสาดคอนกรีตที่บริเวณพื้นชั้น 2 (หลังคา) ที่ยื่นออกมา ไม่ใช่โครงสร้างถล่มไปทั้งหลังตามที่สื่อรายงานเบื้องต้น
ข้อมูลที่น่าสนใจคือ
1. ระเบียง หรือ กันสาดปูนถล่มแบบนี้ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น เมื่อ ต.ค.68 เกิดเหตุระเบียงถล่มที่ ถ.สำราญราษฎร์ เขตพระนคร และย้อนกลับไปในปี 2559 เกิดระเบียงตึกแถวประชานิเวศน์ ถล่มลงมา
2. การถล่มมักเกิดขึ้นกับอาคารเก่า และเกิดขึ้นกับโครงสร้างส่วนยื่น (cantilever) ที่มีจุดรองรับฝั่งเดียว ความเป็นอาคารเก่า ทำให้วัสดุ เช่นคอนกรีตและเหล็กเสริมเสื่อมสภาพ กรณี อาคารที่พระราม 4 และสำราญราษฎร์ อายุเกือบร้อยปี วัสดุในสมัยก่อนยังไม่แข็งแรงเท่าในปัจจุบัน ภาวะความชื้นจากน้ำฝนทำให้เหล็กผุกร่อนจากการเป็นสนิม
3. กรณีพระราม 4 ที่เพิ่งเกิดขึ้น ผมสังเกตเห็นจุดยึด (connection) มีไม่กี่จุด แสดงว่าไม่ได้ยึดพื้นตลอดแนวขอบพื้น เพราะเป็นชั้นหลังคาไม่มีพื้นด้านในให้ยึด ดังนั้นการยึดจึงเกิดขึ้นกับคานหรือเสาหรือผนังด้านในแค่บางจุดเท่านั้น ตรงตำแหน่งที่เห็นเป็นครีบปูนยื่นออกมาเป็นคานรองรับพื้นปูนที่เทบนครีบปูนนี้อีกที เข้าไปดูซากปูนใกล้ๆเห็นเหล็กที่ใช้ยึดคาดว่าเป็นเหล็กกลมผิวเรียบ การเกาะยึดคอนกรีตอาจไม่แข็งแรงพอ
โดยรวมคิดว่า นอกจากสภาพอาคารเก่า เสื่อมสภาพ และเหล็กเป็นสนิมแล้ว ปัญหาสำคัญคือรอยต่อ (connection) ไม่แข็งแรงด้วย
ปัญหากันสาดถล่มนี้ มีรูปแบบความเสี่ยงอันตรายอย่างชัดเจน และน่าจะมีอาคารเก่าแบบนี้อีกเป็นจำนวนมากใน กทม. ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งหาทางป้องกันปัญหานี้อย่างเป็นระบบครับ ไม่งั้นเกิดขึ้นอีกแน่นอน"








