วันที่ 18 พ.ค. 69 เวลา 15.27 น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ปฏิบัติภารกิจสุดท้ายในวาระการดำรงตำแหน่ง ด้วยการต้อนรับนักเรียนในโครงการนิติศาสตร์-รัฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ที่เข้าเยี่ยมคารวะ จากนั้นนายชัชชาติพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้ร่วมกันสักการะกราบลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ก่อนจะหมดวาระลงอย่างเป็นทางการ โดยนายชัชชาติระบุว่าการมาสักการะในช่วงเวลานี้ไม่ได้ถือฤกษ์ยามใดเป็นพิเศษ เพียงแต่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนเวลา 17.00 น. เนื่องจากหากพ้นจากตำแหน่งแล้วการจะกลับเข้ามาในพื้นที่ต้องมีการแลกบัตรผ่านเข้าออกตามระเบียบ
เมื่อสอบถามถึงการขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นายชัชชาติกล่าวว่า “ขอว่าให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศชาติ” พร้อมย้ำว่าไม่ได้มีการขอพรเพื่อให้ตนเองได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งแต่อย่างใด โดยระบุว่า “เพียงแค่ขอว่าให้สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศชาติ หากเรากลับมาแล้วดีก็ขอให้เกิดขึ้น แต่ถ้ากลับมาแล้วเกิดสิ่งไม่ดีก็อย่าให้เกิดขึ้น” นอกจากนี้ยังได้สะท้อนความรู้สึกถึงการทำงานที่ผ่านมาว่าเวลาผ่านไปรวดเร็วมาก โดยระบุว่า “ช่วงเวลาที่มีความสุขจะผ่านไปเร็ว”
สำหรับการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งในสมัยที่ 2 นายชัชชาติเผยว่ามีแรงบันดาลใจสำคัญมาจากประชาชน เนื่องจากการที่ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นถือเป็นพลังขับเคลื่อน โดยกล่าวว่า “การที่ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นคือแรงบันดาลใจ ถ้าประชาชนพอใจถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้เราไปต่อ”
ซึ่งในสมัยแรกที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเส้นเลือดใหญ่ไปจำนวนมาก เช่น โครงการอุโมงค์และรถไฟฟ้า แม้จะเป็นสิ่งที่ประชาชนอาจมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก แต่ยืนยันว่าในอนาคตจะต้องทำควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอย พร้อมทั้งมุ่งเพิ่ม Productivity หรือผลิตภาพให้มากขึ้น และนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กรุงเทพมหานครสามารถแข่งขันกับเมืองต่างๆ ทั่วโลกได้
รวมถึงยกระดับเศรษฐกิจให้เข้มแข็งเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี อีกทั้งยังได้เปิดเผยถึงอีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญในการตัดสินใจสู้ต่อว่ามาจาก “แสนดี” ลูกชาย ที่บอกให้ตนลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง ซึ่งนายชัชชาติได้หัวเราะก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายว่า “ต้องเชื่อลูก”








