รายงาน "Who Pays the Price? Gender Inequality and Sovereign Debt" ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP ที่เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งทำการศึกษาข้อมูลจากประเทศกำลังพัฒนา 85 แห่ง ระบุว่าภาระการชำระหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและไม่สมดุลต่อผู้หญิง
รายงานประเมินว่าวิกฤตหนี้ดังกล่าวอาจทำให้ผู้หญิงต้องสูญเสียงานถึง 55 ล้านตำแหน่งในระยะสั้น และหากสถานการณ์หนี้เปลี่ยนจากระดับปานกลางไปสู่ระดับสูง จำนวนงานที่เสี่ยงจะสูญเสียอาจพุ่งสูงถึง 92.5 ล้านตำแหน่งในระยะยาว
นอกจากนี้ยังพบว่ารายได้ต่อหัวของผู้หญิงลดลงถึงร้อยละ 17 ในขณะที่รายได้ของผู้ชายส่วนใหญ่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ช่องว่างทางรายได้ระหว่างเพศขยายกว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ผลกระทบที่น่ากังวลอีกประการคือเมื่อรัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณไปใช้ชำระหนี้มากขึ้นจนต้องลดการใช้จ่ายในระบบสาธารณสุข สวัสดิการ และการดูแลทางสังคม จะส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตของมารดาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 32.5 หรือคิดเป็นการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 67 รายต่อการเกิด 100,000 ราย และยังทำให้อายุขัยเฉลี่ยของทั้งผู้หญิงและผู้ชายลดลงเนื่องจากแรงกดดันทางระบบสาธารณสุข
Alexander De Croo ผู้บริหารของ UNDP ชี้ให้เห็นว่าปัญหาหนี้อธิปไตยไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขทางคณิตศาสตร์ แต่เป็นปัญหาของเพื่อนมนุษย์ โดยการชำระหนี้ที่หนักหน่วงทำให้รัฐบาลเหลือพื้นที่ทางการคลังจำกัดจนต้องตัดลดบริการทางสังคมที่สำคัญ
ส่งผลให้ความรับผิดชอบในการดูแลสมาชิกครอบครัวถูกผลักกลับไปยังครัวเรือนโดยมีผู้หญิงเป็นผู้แบกรับภาระหลัก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจและขัดขวางการพัฒนาทุนมนุษย์
ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งทางทหาร ความผันผวนในตลาดพลังงาน และภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ยังเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้ความก้าวหน้าด้านการพัฒนาถดถอยลง เนื่องจากการลงทุนทางสังคมมักถูกตัดลดเพื่อนำงบประมาณไปใช้ในด้านความมั่นคงแทน
ทางด้าน Raquel Lagunas ผู้อำนวยการด้านความเท่าเทียมทางเพศระดับโลกของ UNDP เน้นย้ำว่าเมื่อการใช้จ่ายภาครัฐถูกบีบคั้น ผู้หญิงจะเป็นกลุ่มแรกที่สูญเสียทั้งงาน บริการ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบทางเพศในทุกการตัดสินใจกู้ยืมและปกป้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม
รายงานยังเรียกร้องให้รัฐบาลและสถาบันการเงินระหว่างประเทศให้ความสำคัญกับการจ้างงานและการพัฒนาทุนมนุษย์ในกลยุทธ์ความยั่งยืนของหนี้ พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงมาตรการรัดเข็มขัดที่ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ ทั้งนี้ UNDP ในฐานะหน่วยงานหลักของสหประชาชาติยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานในกว่า 170 ประเทศเพื่อขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความยืดหยุ่นเพื่อให้ประเทศต่างๆ สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างมั่นคง








