11 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ นำโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรองนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างบริหารจัดการยุทธศาสตร์ตลาดผลไม้ภาคตะวันออกอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายหลักในการเปิดตลาดมังคุดและพยุงราคาทุเรียน มุ่งเน้นพื้นที่แหล่งเพาะปลูกหลักในจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด ซึ่งมีความได้เปรียบด้านสภาพอากาศที่เหมาะต่อการเจริญเติบโต ดินร่วนปนทราย และแหล่งน้ำที่เพียงพอ
ในส่วนของทุเรียนได้กำหนดแนวทางคุมคุณภาพและเปิดทางส่งออกอย่างเข้มงวดผ่านมาตรฐานส่งออก 100% เพื่อป้องกันทุเรียนอ่อน พร้อมชูจุดแข็งด้านคุณภาพสู้กับคู่แข่งอย่างเวียดนามที่ประสบปัญหาปนเปื้อน และขยายตลาดใหม่สู่จีนฝั่งตะวันตกผ่านช่องทาง Live Commerce และ Influencer เพื่อเพิ่มอุปสงค์
สำหรับสถานการณ์มังคุดซึ่งมีผลผลิตรวมทั้งประเทศ 318,000 ตัน เฉพาะภาคตะวันออกมีผลผลิต 1.75 แสนตัน แบ่งเป็นสัดส่วนส่งออก 86% และบริโภคในประเทศ 14% ทั้งนี้ทางพาณิชย์ได้จัดทำแผนดูแลเป็นพิเศษในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ถึง 10 มิถุนายน 2569 เนื่องจากเพียง 2 เดือน (พ.ค.-มิ.ย.) จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดสูงถึง 58% ของทั้งฤดูกาลภาคตะวันออก
จึงต้องเร่งระบายผลผลิตด้วยการตลาดเชิงรุก ดันการบริโภคในประเทศโดยผนึกกำลัง 4 กระทรวง ได้แก่ กลาโหม, ยุติธรรม, มหาดไทย และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เพื่อช่วยผลผลิตทั่วประเทศ ผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย" ที่เชื่อมโมเดิร์นเทรดและไปรษณีย์ไทย พร้อมใช้คนดังทำ Live Commerce ขายออนไลน์ และประสานผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่ม (F&B provider) ออกเมนูพิเศษทั้งอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มจากผลไม้
นอกจากนี้ยังมุ่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบ โดยดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ (น้ำ/ทุน) ยันปลายน้ำ (ตลาด) ประกอบด้วยการสร้าง Fruit Processing Center เพื่อเป็นศูนย์แปรรูปครบวงจรรับสินค้าล้นตลาด สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานระบบ Pre-cooling บรรจุภัณฑ์ และเครื่องจักรที่ทันสมัย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การผลิตคุณภาพที่เน้นบริหารจัดการน้ำและสนับสนุนเงินทุน การดูแลต้นน้ำด้วยการส่งเสริมมาตรฐานและองค์ความรู้ การแปรรูปเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรมในศูนย์แปรรูป ไปจนถึงการจัดการปลายน้ำด้วยการเปิดตลาดใหม่ กระจายช่องทางจำหน่าย และสร้างลานประมูลมังคุดเพื่อสร้างกลไกการแข่งขันด้านราคาที่เป็นธรรมให้แก่เกษตรกร








