เปิดอันดับ 10 เมืองมลพิษทางอากาศสูงสุดทั่วโลก 27 เม.ย. 69 เดลีนำโด่ง AQI 192 ลาฮอร์ แบกแดด ฮานอยตามมา ไทยต้องจับตาผลกระทบและแนวทางรับมือมลพิษ
หายใจลำบากขึ้นทุกวัน! เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 27 เมษายน 2569 โลกต้องเผชิญกับสถานการณ์คุณภาพอากาศที่น่าเป็นห่วงอีกครั้ง โดยเฉพาะในหลายมหานครใหญ่ที่ติดอันดับเมืองมลพิษสูงสุด การจัดอันดับล่าสุดเผยให้เห็นภาพที่น่าตกใจว่าเมืองใดบ้างที่ประชาชนต้องสูดอากาศเป็นพิษเข้าปอดมากที่สุด
เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00-07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย กรุงเทพธุรกิจรายงานผลการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงสุด 10 อันดับแรกของโลก โดยกรุงเดลี ประเทศอินเดีย พุ่งขึ้นเป็นอันดับหนึ่งด้วยค่า AQI สูงถึง 192 ตามมาด้วยเมืองลาฮอร์ ปากีสถาน และแบกแดด อิรัก ซึ่งล้วนเป็นภาพสะท้อนวิกฤตมลพิษทางอากาศที่รุนแรงในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะเอเชีย ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
การจัดอันดับสดเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก วันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 06.00-07.00 น.
1.เดลี, อินเดีย AQI 192
2.ลาฮอร์, ปากีสถาน AQI 175
3.แบกแดด, อิรัก AQI 157
4.ฮานอย, เวียดนาม AQI 151
5.ย่างกุ้ง, เมียนม่าร์ [พม่า] AQI 139
6.อู่ฮั่น, จีน AQI 137
7.เฉิงตู, จีน AQI 129
8.หางโจว, จีน AQI 129
9.กาฐมาณฑุ, เนปาล AQI 121
10.พนมเปญ, กัมพูชา AQI 107
เดลีครองแชมป์เมืองมลพิษสูงสุด: วิกฤตที่คุ้นเคย?
การจัดอันดับคุณภาพอากาศโลกในเช้าวันที่ 27 เมษายน 2569 เผยให้เห็นว่ากรุงเดลี เมืองหลวงของอินเดีย ยังคงเป็น 'แชมป์' เมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงสุด ด้วยค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ที่ 192 ซึ่งจัดอยู่ในระดับ 'ไม่ดีต่อสุขภาพ' อย่างชัดเจน สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเดลีที่มักจะติดอันดับต้นๆ ของเมืองมลพิษโลกเป็นประจำทุกปี ปัจจัยหลักมาจากการจราจรที่หนาแน่น การก่อสร้าง ฝุ่นละอองจากอุตสาหกรรม และการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งล้วนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ค่า PM2.5 พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลต่อสุขภาพของประชาชนกว่า 20 ล้านคนในมหานครแห่งนี้
เอเชียแปซิฟิกยังอ่วม: ลาฮอร์-ฮานอย-ย่างกุ้ง ไม่รอด
จากข้อมูลที่รวบรวมได้พบว่า ภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศอย่างหนัก โดยเมืองลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน ตามมาเป็นอันดับสองด้วย AQI 175 และแบกแดด ประเทศอิรัก ที่ AQI 157 ขณะที่ฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม ก็ไม่พ้นวิกฤต ติดอันดับสี่ด้วย AQI 151 และย่างกุ้ง เมียนมา ที่ AQI 139 การที่เมืองสำคัญในภูมิภาคนี้ติดอันดับสูง สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ซับซ้อน ทั้งจากการพัฒนาอุตสาหกรรม การขยายตัวของเมือง และการขาดการควบคุมมลพิษที่มีประสิทธิภาพ มติชนได้วิเคราะห์ว่าปัญหาเหล่านี้เชื่อมโยงกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว แต่ยังขาดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เพียงพอ
จีนยังเผชิญความท้าทาย: อู่ฮั่น-เฉิงตู-หางโจว
แม้จีนจะมีความพยายามอย่างมากในการแก้ไขปัญหามลพิษ แต่เมืองใหญ่อย่างอู่ฮั่น (AQI 137), เฉิงตู (AQI 129) และหางโจว (AQI 129) ก็ยังคงปรากฏอยู่ในลิสต์ 10 อันดับแรก แสดงให้เห็นว่าการต่อสู้กับมลพิษทางอากาศในประเทศจีนยังคงเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตอุตสาหกรรมและเมืองที่มีประชากรหนาแน่น การพัฒนาอย่างรวดเร็วของภาคอุตสาหกรรมและการใช้พลังงานจากถ่านหินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณภาพอากาศผันผวน แม้รัฐบาลจีนจะลงทุนมหาศาลในพลังงานสะอาดและมาตรการควบคุมมลพิษ แต่ผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ยังคงปรากฏให้เห็น
กาฐมาณฑุและพนมเปญ: มลพิษข้ามพรมแดนและผลกระทบต่อภูมิภาค
กาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล (AQI 121) และพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา (AQI 107) ก็ติดอันดับ 9 และ 10 ตามลำดับ ซึ่งตอกย้ำถึงปัญหาที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นปัญหาระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงกัน ข่าวสดรายงานว่ามลพิษทางอากาศสามารถเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้ ทำให้ประเทศที่ไม่ได้เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษโดยตรงก็ได้รับผลกระทบไปด้วย โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่มักมีการเผาในที่โล่ง การที่เมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ติดอันดับเช่นนี้ ยิ่งทำให้ประเทศไทยต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์หมอกควันข้ามแดนที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต
ผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจ: มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมต่างเน้นย้ำถึงอันตรายของมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือด ก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงมะเร็งปอด นอกเหนือจากผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ประชาชาติธุรกิจยังชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทั้งการสูญเสียผลิตภาพแรงงาน ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว การแก้ไขปัญหานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว
ประเทศไทยกับการรับมือ: บทเรียนจากเมืองมลพิษโลก
แม้ว่ากรุงเทพมหานครและเมืองอื่นๆ ในประเทศไทยจะไม่ได้ติดอันดับใน 10 อันดับแรกของการจัดอันดับครั้งนี้ แต่สถานการณ์มลพิษทางอากาศในประเทศก็ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนและฤดูแล้งที่มักเกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการเผาในที่โล่งและหมอกควันข้ามแดน ไทยรัฐได้เสนอแนวคิดว่าบทเรียนจากเมืองมลพิษโลกเหล่านี้ควรเป็นแรงกระตุ้นให้ประเทศไทยเร่งพัฒนานโยบายและมาตรการที่เข้มงวดและยั่งยืนยิ่งขึ้น ทั้งการส่งเสริมพลังงานสะอาด การควบคุมการปล่อยมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมและยานพาหนะ รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้คนไทยได้หายใจอากาศที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง
สถานการณ์มลพิษทางอากาศในวันที่ 27 เมษายน 2569 เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ไม่อาจมองข้ามได้ การที่เมืองใหญ่ในเอเชียยังคงติดอันดับต้นๆ สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการร่วมมือกันทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด การลงทุนในคุณภาพอากาศวันนี้ คือการลงทุนเพื่อสุขภาพและอนาคตของคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง








