ข่าวคุณภาพชีวิต

สัมภาษณ์พิเศษ: เสียงจาก "ไรเดอร์" โดดเดี่ยวกลางวิกฤตน้ำมัน จี้ "รัฐบาลอนุทิน" ออก กม.คุ้มครอง

แชร์ข่าว

หมายเหตุ: นางสาวสุภาภรณ์ พันธ์ประสิทธิ์ อาชีพไรเดอร์มากกว่า 9 ปี ให้สัมภาษณ์ "สยามรัฐออนไลน์" ถึงความโดดเดี่ยวของชีวิตไรเดอร์ ท่ามกลางวิกฤตน้ำมัน ต้องต่อสู้โดยไร้หลักประกันและกฎหมายคุ้มครอง นำไปสู่การยื่นข้อเรียกร้องเพื่อให้รัฐบาลช่วยเหลือ

เบื้องหลังเสื้อคลุมสีสันสดใสของแอปพลิเคชันต่างๆ เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ความเสี่ยง และการดิ้นรน

9 ปีที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงเรื่องรายได้และค่ารอบส่งงานเป็นอย่างไรบ้าง?

หากย้อนกลับไปในช่วงแรกๆ ที่น้ำมันยังไม่แพง ค่ารอบต่อรอบสูงถึง 60 กว่าบาท หรือประมาณ 63 บาท การเติมน้ำมันหนึ่งรอบ 120 บาท โดยปกติจะทำรายได้ประมาณ 1,000-1,200 บาท (Honda Click 160) จากนั้นจึงเติมน้ำมันรอบใหม่ โดยรวมรายได้หนึ่งวันหากวิ่งงานไม่เกิน 12-13 ชั่วโมง จะอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 กว่าบาท (ขึ้นอยู่กับกรณีและระยะทาง)

แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปมาก ค่ารอบอยู่ที่ 32 บาท ซึ่งบางครั้งมีการแอบลดเหลือ 30 บาท โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทุกวันนี้เติมน้ำมัน 120-150 บาท แต่วิ่งงานได้ยอดเพียง 500-600 บาทเท่านั้น เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วแทบไม่เหลือเงินเข้าบ้านเลย

เมื่อรายได้ลดลง คุณภาพชีวิตของไรเดอร์ในปัจจุบันต้องปรับตัวอย่างไร?

ทุกคนต้องเพิ่มชั่วโมงการทำงานค่ะ จากเดิมที่เคยทำ 10-12 ชั่วโมง ต้องเพิ่มเป็น 15-18 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ได้รายได้เพียงพอเลี้ยงครอบครัว สำหรับตัวพี่เองต้องดูแลคนในครอบครัวถึง 6 คน จึงต้องพยายามหาให้ได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 2,000 บาท ซึ่งตอนนี้ทำได้ยากมาก สภาพที่เห็นบ่อยครั้งคือไรเดอร์ต้องนอนพักผ่อนตามสถานีรถไฟ ป้ายรถเมล์ หรือใต้สะพาน เพื่อรอรับงานต่อ จนดูเหมือนคนเร่ร่อน การทำงานที่ตรากตรำท่ามกลางอากาศร้อนจัดและพักผ่อนน้อย ทำให้เกิดอาการวูบและนำไปสู่อุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง่าย

นอกจากเรื่องน้ำมันแพง มีอุปสรรคอื่นที่ส่งผลต่อการทำงานอีกไหม?

มีค่ะ ช่วงที่น้ำมันขาดแคลนหรือราคาผันผวน ไรเดอร์ต้องไปต่อคิวเติมน้ำมันนานถึง 20-30 นาที โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเมือง ซึ่งปัญหานี้ลามไปถึงการถูกลงโทษจากแอปฯ เพราะบางครั้งลูกค้ารอนานเกินไปจนยกเลิกงาน หรือบริษัทคอมเพลนกลับมา ทำให้ไรเดอร์โดนแบนงาน 3 วันบ้าง 7 วันบ้าง ทั้งที่เราไม่ได้ผิด แต่เราจำเป็นต้องเติมน้ำมันเพื่อไปต่อให้ได้

ในแง่ของสวัสดิการและการคุ้มครองจากแพลตฟอร์ม เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีการช่วยเหลืออย่างไร?

ความคุ้มครองแทบไม่มีเลยค่ะ แพลตฟอร์มมักมีประกันที่มีเงื่อนไขซับซ้อน เช่น ต้องมีออเดอร์อยู่ในมือขณะเกิดเหตุเท่านั้น เมื่อเกิดอุบัติเหตุ แพลตฟอร์มจะบอกให้เราใช้สิทธิ์จาก พรบ. รถจักรยานยนต์ส่วนตัวก่อน หากมีส่วนต่างจึงค่อยนำบิลมาเบิก พี่เคยโดนชนจนสลบ ต้องกู้ยืมเงินเพื่อนมาจ่ายค่ารักษา 20,000 กว่าบาท แต่สุดท้ายประกันของแพลตฟอร์มปฏิเสธการจ่ายอ้างว่าเลขทะเบียนรถไม่ตรงเงื่อนไข สุดท้ายภาระทั้งหมดก็ตกอยู่ที่ตัวไรเดอร์และภาษีของประชาชนผ่านบัตร 30 บาท ขณะที่แพลตฟอร์ม เสือนอนกิน ลอยตัวเหนือความรับผิดชอบ

มองความสัมพันธ์ระหว่างไรเดอร์กับแพลตฟอร์มอย่างไร ในเมื่อเขาบอกว่าเราคือ "อาชีพอิสระ"?

เราเหมือนเป็นคนครึ่งผีครึ่งคนค่ะ แพลตฟอร์มปฏิเสธว่าเราไม่ใช่ลูกจ้าง แต่เขากลับควบคุมเราทุกอย่างผ่าน GPS บันทึกเสียงสนทนากับลูกค้า และมีบทลงโทษหรือการแบน หากเราปฏิเสธงานในพื้นที่เสี่ยงหรือระยะทางไกลเกินไป หากเป็นงานอิสระจริงๆ เราควรมีสิทธิ์เลือกรับงานได้โดยไม่ถูกลงโทษ ที่ผ่านมาแพลตฟอร์มมักประกาศว่าตรึงราคาค่าโดยสารเพื่อช่วยประชาชน แต่คนที่แบกรับต้นทุนที่หายไปจริงๆ คือไรเดอร์ ไม่ใช่บริษัทที่ยังคงหักเปอร์เซ็นต์เท่าเดิม

สิ่งที่อยากเรียกร้องต่อภาครัฐและรัฐบาลอย่างเร่งด่วนคืออะไร?

รัฐบาลต้องเลิกกลัวแพลตฟอร์มค่ะ เราต้องการมาตรการเร่งด่วนเรื่องราคาน้ำมัน และกฎหมายที่ควบคุมไม่ให้แพลตฟอร์มลดค่ารอบตามใจชอบ ค่ารอบต้องสอดคล้องกับค่าครองชีพและราคาน้ำมันเพื่อให้เราอยู่รอดได้ ที่สำคัญต้องมี พรบ. คุ้มครองแรงงานอิสระที่ระบุสถานะของไรเดอร์ให้ชัดเจนว่ามีนายจ้างคือแพลตฟอร์ม เพื่อให้ได้รับสิทธิสวัสดิการที่เหมาะสม

ทราบว่าทางไรเดอร์ร่วมกับสหภาพคนทำงานเสนอข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลด้วย?

ใช่ค่ะ เราเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและผลักดันมาตรการ 3 เรื่องหลัก คือ หนึ่ง มาตรการเยียวยาค่าน้ำมัน 300 บาทต่อเดือน โดยรัฐควรมีความชัดเจนในเรื่องเกณฑ์ผู้ได้รับสิทธิและวิธีจ่ายเงินให้ครอบคลุมไรเดอร์ทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง สอง คือการตรวจสอบความโปร่งใสของแพลตฟอร์มเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือค่าน้ำมัน เนื่องจากปัจจุบันผู้ขับขี่ได้รับเงินจริงในอัตราที่ต่ำมากและขาดความชัดเจน และสาม คือการสร้างการคุ้มครองแรงงานในระยะยาว โดยขอให้รัฐเร่งผลักดันกฎกระทรวงเพื่อคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงานที่ทำงานผ่านแพลตฟอร์มให้ได้รับความเป็นธรรม

สุดท้าย ถ้าทุกอย่างยังไม่ดีขึ้น ไรเดอร์ควรทำอย่างไร?

พี่อยากให้ทุกคนลุกออกมาแสดงพลังค่ะ อย่ากลัวว่าจะเสียเวลาทำงาน เพราะถ้าเรามัวแต่อดทน เราก็จะโดนกดขี่และเอาเปรียบไปเรื่อยๆ จนจมกองหนี้สิน การออกมาเรียกร้องสิทธิ์คือทางเดียวที่จะทำให้รัฐบาลได้ยินเสียงและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เราอยู่รอดได้ในอาชีพนี้ ในฐานะฟันเฟืองหนึ่งของเศรษฐกิจดิจิทัล

เราอยากให้รัฐยอมรับความจริงว่าเรามีนายจ้าง คณะกรรมการสิทธิฯ เคยตีความว่าเรามีความสัมพันธ์แบบลูกจ้าง-นายจ้าง แต่แพลตฟอร์มปฏิเสธและรัฐก็ไม่มีกฎหมายมาควบคุม เราไม่อยากเป็นคนครึ่งผีครึ่งคนที่ถูกควบคุมเหมือนลูกจ้างแต่ไม่มีสวัสดิการเหมือนแรงงานทั่วไป รัฐต้องกล้าที่จะออกกฎหมายคุ้มครองแรงงานอิสระที่ระบุให้แพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบเราอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ปล่อยให้แพลตฟอร์มเป็นเสือนอนกินบนหยาดเหงื่อของเราแบบนี้