วันที่ 7 เมษายน 2569 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากกว่า 13 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประชากร และพบว่า 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุไทยหกล้มทุกปี ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลา ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า กว่า 1 ใน 3 ของการล้มเกิดขึ้นภายในตัวบ้าน โดยเฉพาะห้องน้ำซึ่งเป็นจุดที่พบความเสี่ยงสูง ขณะที่สาเหตุหลักมาจากการสะดุดและลื่น คิดเป็นร้อยละ 76 ทั้งนี้ การหกล้มในผู้สูงอายุไม่ได้ส่งผลเพียงอาการบาดเจ็บเล็กน้อยแต่อาจนำไปสู่ภาวะรุนแรง เช่น กระดูกสะโพกหัก ซึ่งมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 20 ภายใน 1 ปี และยังส่งผลให้ภาครัฐต้องใช้งบประมาณในการรักษาสูงหลายพันล้านบาทต่อปี
เพื่อป้องกันการสูญเสียจากการพลัดตกหกล้ม กรมควบคุมโรคขอเชิญชวนประชาชนและลูกหลานใช้โอกาสช่วงสงกรานต์ “กลับบ้านไปดูแลความปลอดภัย” ให้ผู้สูงอายุ ด้วยภารกิจ “3 ส. เช็กบ้านกันล้ม” ได้แก่ 1) ส. สว่าง ตรวจเช็กระบบแสงสว่างตามทางเดินและห้องน้ำให้เพียงพอเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน 2) ส. สะอาด จัดระเบียบพื้นบ้านให้โล่ง เก็บสิ่งกีดขวาง เช่น สายไฟ พรม หรือของที่อาจทำให้สะดุด 3) ส. เสริม ติดตั้งราวจับในห้องน้ำและแผ่นกันลื่น นอกจากนี้ แนะนำให้ลูกหลานพาผู้สูงอายุเข้ารับการคัดกรองความเสี่ยงการพลัดตกหกล้มอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยสามารถนัดหมายแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขล่วงหน้า และเข้ารับบริการได้ที่หน่วยบริการด้านสุขภาพใกล้บ้าน เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและปลอดภัยในระยะยาว
"สงกรานต์ปีนี้ ของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับพ่อแม่และปู่ย่าตายาย ไม่ใช่เพียงสิ่งของ แต่คือการทำให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง เพื่อให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ครอบครัวไปอีกนาน" อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถศึกษาข้อมูลการป้องกันการบาดเจ็บจากการพลัดตกหกล้มเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กองป้องกันการบาดเจ็บ หรือแอดไลน์ “ล้มกันได้” โดยพิมพ์ @DIPgunlom ค้นหา แล้วกดเพิ่มเพื่อน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422








