เมื่อวันที่ 7เมษายน 2569 เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ นำโดยนายประศม สุขแสวง ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับในมูลนิธิเมาไม่ขับ ได้เข้ายื่นข้อเสนอการบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ที่มีผลบังคับใช้ โดยเฉพาะประเด็นการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี จนนำไปสู่การเสียชีวิตจากอุบัติทางถนนในเทศกาลสงกรานต์ 2569 ที่กำลังมาถึงต่อพลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
โดยขอให้บังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ โดยเฉพาะประเด็นร้านค้า สถานประกอบการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็ก เยาวชน อายุต่ำกว่า 20 ปี จนนำไปสู่การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ( เมาแล้วขับ )
ตามที่พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ( ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2568 ได้มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 เป็นต้นมา ซึ่งพระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับนี้ เจตนารมณ์ของทุกภาคส่วนที่มีส่วนยกร่าง ประเด็นสำคัญ คือการปกป้องคุณภาพชีวิตของคนไทย จากพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะเดียวกันก็ผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า สถานที่ท่องเที่ยว ฯลฯ สามารถดำเนินธุรกิจได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายฉบับนี้
อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับที่ 2 ที่ประกาศบังคับใช้มาตรา 29 ( 1 ) ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือมุ่งเน้นการปกป้องเยาวชน ไม่ให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนวัยอันควร
เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับในมูลนิธิเมาไม่ขับ ในฐานะเหยื่อผู้สูญเสียจากพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งทำงานสนับสนุนการรณรงค์และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับมาเป็นเวลานาน ขอเสนอให้ท่านพิจารณาสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในการบังคับบัญชาของท่านบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้ ดังข้อเสนอเพื่อโปรดดำเนิน การดังนี้
1.ในช่วงที่มีการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ถ้าร้านค้า สถานประกอบการได้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ให้ดำเนินการร้านค้า สถานประกอบการ ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยบทลงโทษสถานหนัก เพื่อปกป้องเด็กเยาวชน และป้องปรามร้านค้า สถานประกอบการที่เห็นแก่ตัว ทำการค้า ทำธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงอนาคตของเด็กเยาวชน
2.กรณีพบอุบัติเหตุที่เกิดกับเด็กเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติเวช พบว่ามีแอลกอฮอล์ในร่างกาย ขอให้มีการสืบสวนไปยังร้านค้า สถานประกอบการที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กเยาวชนที่เสียชีวิต และแจ้งข้อหาตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีบทลงโทษสูง คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาร้านค้า สถานประกอบการเหล่านี้ ไม่ได้มีจิตสำนึก ปราศจากความรับผิดชอบ แสวงหาผลประโยชน์บนความทุกข์ของพ่อแม่ ผู้ปกครอง และชีวิตของเด็กเยาวชน
3.ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บให้มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ก่อเหตุทุกครั้ง เพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้กับผู้เป็นเหยื่อเมาแล้วขับ เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ดุลพินิจในการตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่กรณีสงสัยว่าเมาแล้วขับ ก่อให้เกิดข้อครหาและความไม่โปร่งใสในการดำเนินคดีกับผู้ที่เมาแล้วขับ







