มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) เปิดเผยผลการศึกษาที่ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยเจมส์คุกในออสเตรเลีย และมหาวิทยาลัยไห่หนานในจีน ซึ่งได้รับการเผยแพร่ผ่านวารสารเนเจอร์ คอมมูนิเคชันส์ (Nature Communications) โดยระบุว่า "นกกระจิบหางยาว" (Superb fairy-wren) นกออสเตรเลียอันเป็นที่รักและเคยได้รับคะแนนโหวตเป็นนกขวัญใจของประเทศถึงสองครั้ง อาจเผชิญกับการสูญพันธุ์ภายใน 30 ปีข้างหน้าเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
จากการวิเคราะห์ข้อมูลการสังเกตการณ์จำนวนประชากรนกแบบรายสัปดาห์ ณ สวนพฤกษศาสตร์แห่งชาติออสเตรเลียในกรุงแคนเบอร์รา คณะนักวิจัยพบว่าสภาวะฤดูใบไม้ผลิที่แห้งแล้งส่งผลให้อัตราความสำเร็จของการผสมพันธุ์ลดลง ขณะที่อากาศในฤดูหนาวที่อุ่นขึ้นและอากาศร้อนจัดในฤดูร้อนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราการรอดชีวิตของนกโตเต็มวัยลดต่ำลง โดยผลกระทบที่สะสมอย่างต่อเนื่องนี้มีแนวโน้มจะทำให้ประชากรนกพังทลายลงในที่สุด
ขณะเดียวกัน แอนดรูว์ ค็อกเบิร์น ศาสตราจารย์กิตติคุณประจำมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ได้เน้นย้ำว่าแบบจำลองสภาพภูมิอากาศที่หลากหลายชี้ชัดว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์มีแนวโน้มนำไปสู่การสูญพันธุ์ภายใน 30-40 ปีข้างหน้า เว้นแต่จะสามารถจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ปัจจุบันอยู่ในระดับสูงเกินควรได้ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก
นอกจากนี้ คณะนักวิจัยยังเตือนถึงภัยคุกคามเพิ่มเติมจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยในเขตเมือง รวมถึงสัตว์นักล่าอย่างแมวและสุนัขจิ้งจอกที่ยิ่งซ้ำเติมวิกฤตดังกล่าว โดยนกกระจิบหางยาวซึ่งเคยได้รับเลือกเป็นนกแห่งปีของออสเตรเลียในปี 2013 และ 2021 อาจเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้แก่สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์อื่นๆ อีกจำนวนมากที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่กำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในลักษณะเดียวกัน








