วันที่ 1 เม.ย.69 ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง เจ้าของแฟนเพจ "หมอแล็บแพนด้า" โพสต์ข้อความระบุว่า เชียงรายส่งเข้าประกวด! เป็นภาพที่แฟนเพจส่งมา
อาการแบบนี้เจอประจำครับ เพราะฝุ่น PM2.5 กับผิวหนังเนี่ยเป็นของคู่กันเลย โดยเฉพาะช่วงที่ค่าฝุ่นพุ่งสูง หลายคนจะเริ่มมีอาการคัน มีผื่นแดง หรือสิวเห่อขึ้นมา กลไกการเกิดผื่นจาก PM2.5 มันเริ่มแบบนี้ครับ
1. ฝุ่นแทรกซึมผ่านชั้นปราการผิว (Skin Barrier Penetration)
ปกติผิวหนังเราจะมีเกราะป้องกันที่เรียกว่า Stratum Corneum แต่เจ้าฝุ่น PM2.5 มันมีขนาดเล็กมาก (เล็กกว่ารูขุมขนถึง 20 เท่า) ก็เลยแทรกตัวผ่านรูขุมขนเข้าไปได้โดยตรง หรือเกาะติดกับน้ำมันบนผิวและทำลายเซราไมด์ ซึ่งเป็นไขมันที่ช่วยประสานเซลล์ผิว ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงได้
2. การกระตุ้นภาวะเครียดจากออกซิเดชัน (Oxidative Stress)
พอ PM2.5 สัมผัสหรือซึมเข้าสู่ผิว มันไม่ได้มาตัวเปล่า แต่มักจะพาสารพิษอื่นๆ เช่น โลหะหนัก และสารก่อมะเร็ง (PAHs) มาด้วย สารพวกนี้จะไปกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ(Free Radicals) ในเซลล์ผิว
ซึ่งเจ้าอนุมูลอิสระจะไปทำลายโปรตีนและไขมันในชั้นผิว และกระตุ้นกระบวนการอักเสบในระดับเซลล์ได้
3. การหลั่งสารสื่ออักเสบ (Inflammatory Response)
พอเซลล์ผิวถูกรบกวน ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนภัย ทำให้มีการหลั่งสารที่เรียกว่า Cytokines และ Chemokines ออกมา สารพวกนี้จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว (ผิวจึงดูแดง) และดึงดูดเม็ดเลือดขาวให้มายังบริเวณนั้นเพื่อจัดการกับสิ่งแปลกปลอม
และกระตุ้นปลายประสาท ทำให้เรารู้สึกคัน
4. การกระตุ้นผื่นแพ้และโรคผิวเดิม (Exacerbation)
ถ้าใครมีโรคผิวหนังอยู่แล้ว เช่น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) หรือ เซ็บเดิร์ม (Sebderm) ฝุ่น PM2.5 จะไปกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันไวเกินเหตุ ทำให้ผื่นที่เคยสงบกลับมาเห่อรุนแรงขึ้น หรือในคนปกติก็อาจเกิดเป็น ผื่นผิวหนังอักเสบได้ครับ
วิธีป้องกันเบื้องต้น
- เมื่อกลับเข้าบ้านให้รีบอาบน้ำล้างหน้าทันทีเพื่อไม่ให้ฝุ่นสัมผัสผิวนาน
- ทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อป้องกันผิว ฝุ่นจะได้เจาะเข้ายากขึ้น และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
- เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่ค่าฝุ่นเป็นสีส้มหรือสีแดง เพื่อลดการปะทะฝุ่นโดยตรงนั่นเอง







