ภาคประชาชนคาดสงกรานต์ 69 เมาขับ ทะเลาะวิวาทยังหนัก ชงสรรพสามิตจัดการเด็ดขาดพ่อค้าฉวยโอกาส ขายเหล้าเบียร์โดยไม่มีใบอนุญาต-เร่ขาย แฉล่าสุดหลายพื้นที่มีการจับจองเตรียมขายเย้ยกฎหมายกันแล้ว เตือน พ.ร.บ. คุมเหล้าฉบับใหม่ ขายเด็ก-คนเมา โทษปรับ 100,000 คุก 6 เดือน ผู้ขายร่วมรับผิดทางแพ่ง วอนผู้ขายเพิ่มความรับผิดชอบต่อสังคม ร่วมสร้างความปลอดภัย
วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่กรมสรรพสามิต เครือข่ายภาคประชาชนนำโดยนายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสนงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ เครือข่ายพลังสังคม พร้อมด้วยเครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กว่า 60 คน ยื่นหนังสือถึง ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรรมสรรพสามิต เพื่อสะท้อนความห่วงใยปัญหาการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ผิดกฎหมายทั้งการขายโดยไม่มีใบอนุญาต เร่ขาย ขายให้เด็กและคนเมา ในพื้นที่เล่นน้ำช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเครือข่ายได้แสดงจำลองสถานการณ์การขายแหล้าเบียร์ที่ผิดกฎหมาย ในพื้นที่เล่นน้ำ เป็นเชิงสัญลักษณ์ด้วย ทั้งนี้ มีนางสาวศิริเห็ญ ศิริสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี1 เป็นผู้แทนมารับหนังสือ
นายชูวิทย์ กล่าวว่า การสู้รบในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและส่งผลน้ำมัน สินค้าอุปโภค บริโภคมีราคาสูงขึ้นกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนรวมถึงกระทบต่อแผนการเดินทางกลับต่างจังหวัดของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ แต่ตนยังมองว่าหลายจังหวัดจะมีการเปิดพื้นที่เล่นน้ำใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และยิ่งใหญ่กว่าเดิมเพื่อรองรับประชาชนที่ไม่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนา และอาจเสี่ยงกระทำผิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในหลายรูปแบบ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนเหมือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตอนนี้พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้แล้ว มีหลายมาตรามีบทลงโทษทหนักขึ้น เช่น การขายให้เด็กและคนเมา และยังเพิ่มความรับผิดทางแพ่งของผู้ขายอีกด้วย หากเกิดความเสียหายอื่นตามมาจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมาย และบังคับใช้อย่างเคร่งครัด
“ส่วนตัวคาดว่าอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับจะไปเกิดบนถนนสายรอง เกิดในพื้นที่ชุมชนมากกว่าถนนสายหลัก ด้วยผู้คนที่ลดการเดินทางลงจากสาเหตุน้ำมันแพงและค่าครองชีพสูง แต่ปัญหาจากการเมาทะเละวิวาท ล่วงละเมิดทางเพศน่าจะสูงขึ้น จากการเข้าไปเล่นน้ำในแต่ละพื้นที่ปล่อยให้มีการกินดื่มโดยขาดการควบคุม ละเมิดกฎหมาย ซึ่งท้ายสุดผลกระทบจะตกกับประชาชนที่ไม่ได้ดื่มด้วย กลับได้รับความไม่ปลอดภัยจากการขายและดื่มที่ขาดความรับผิดชอบ ตอนนี้ในหลายพื้นที่เล่นน้ำเริ่มมีการวางแผนยึดพื้นที่ค้าขายขายกันแล้ว ริมทาง ริมถนน ซึ่งผิดกฎหมายทั้งสิ้น หน่วยงานในพื้นที่ต้องรับผิดชอบกวดขันและไม่ควรแสวงหาประโยชน์บนความเดือดร้อน ความเสี่ยงในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน” นายชูวิทย์ กล่าว
ด้านนายธีรภัทร์ กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ. 2560 ระบุว่า หากขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ส่วน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระบุว่าการเร่ขาย การขายเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด (11.00-24.00 น.) มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากขายให้เด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีและคนเมา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ขายอาจต้องรับผิดทางแพ่งด้วย หากผู้ซื้อคนนั้นไม่ก่อความเสียหายต่อร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สินของผู้อื่น ดังนั้นเพื่อความสงบสุข ความปลอดภัยของประชาชน เครือข่ายจึงมีข้อเสนอ ดังนี้ 1.ขอให้มีการออกตรวจและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในเรื่องของการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใบอนุญาตขายและการเร่ขาย 2.ในการตรวจจับ บังคับใช้กฎหมาย ควรกำหนดให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกิดจากการกระทำความผิด ถูกยึดไว้เอาก่อนเพื่อป้องกันการแอบนำออกมาจำหน่ายซ้ำ 3. ขอให้เร่งประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับผู้ที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับเดิมและฉบับแก้ไข ทั้งเรื่อง สถานที่ขาย เวลาห้ามขาย ห้ามส่งเสริมการขาย ตลอดจนการห้ามขายให้เด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีและคนเมาที่กฎหมายใหม่มีการปรับเพิ่มโทษปรับสูงถึง 100,000 บาท และยังกำหนดให้ผู้ขายต้องรับผิดทางแพ่งด้วยหากผู้ซื้อไปก่อความเสียหายต่อร่างกาย ชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น เพื่อป้องปรามการกระทำผิด และ 4. เครือข่ายภาคประชาสังคม พร้อมเป็นภาคีเฝ้าระวังการทำผิดกฎหมายและแจ้งเบาะแส สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้” นายธีรภัทร์ กล่าว
ขณะที่ นางสาวศิริเห็ญ ศิริสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี1 กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า กรมสรรพสามิตปกติเราจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ ประชาสัมพันธ์ในการออกใบอนุญาตจำหน่ายสุรา รวมถึงการลงโทษกรณีฝ่าฝืนกฎหมาย นอกจากนั้นยังมีประชาสัมพันธ์กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนเทศกาลสงกรานต์ ทางกรมสรรพสามิต จะมีการลงพื้นที่ตรวจตรา ให้มีการดำเนินการตามพรบ สรรพสามิตหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สำหรับสงกรานต์ถึงปีนี้ก็จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น








