พร้อมรับมือหน้าแล้ง เตรียมรถดับเพลิงให้พร้อมใช้งาน เติมน้ำมันเต็มถังทุกวัน ย้ำมีน้ำมันสำรองกระจายทั่วเมือง รองรับเหตุไฟไหม้ที่อาจเพิ่มขึ้น
รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้วางระบบบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถในสังกัดอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับภารกิจบริการประชาชนและสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยปัจจุบันมีรถที่ต้องใช้งานจำนวนมาก อาทิ รถขยะกว่า 1,701 คัน รถพยาบาลประมาณ 157 คัน และรถดับเพลิงกว่า 800 คัน รวมถึงรถราชการและรถส่วนกลางอีกกว่า 5,000 คัน ขณะที่รถขยะเป็นกลุ่มที่ใช้น้ำมันมากที่สุด เนื่องจากต้องออกให้บริการทุกวันและบางคันวิ่งมากกว่าหนึ่งเที่ยวต่อวัน ขณะที่รถฉุกเฉิน เช่น รถพยาบาลและรถดับเพลิง จะใช้น้ำมันตามภารกิจที่เกิดขึ้น ซึ่งในช่วงฤดูร้อนมีแนวโน้มใช้งานถี่ขึ้นจากความเสี่ยงอัคคีภัย
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครมีคลังสำรองน้ำมันของตนเองประมาณ 40 แห่ง เพื่อควบคุมการใช้งบประมาณและการจ่ายน้ำมัน โดยมีการสำรองน้ำมันล่วงหน้าตามประเภทการใช้งาน ได้แก่ น้ำมันดีเซลสำรองประมาณ 30 วัน เนื่องจากมีการใช้งานสูง ขณะที่น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ซึ่งมีการใช้งานน้อยกว่า จะสำรองในระดับ 60–90 วัน การสำรองน้ำมันดังกล่าวเป็นระบบหมุนเวียน โดยเมื่อมีการใช้น้ำมันไปบางส่วน น้ำมันล็อตใหม่จะทยอยเข้ามาทดแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอต่อการใช้งานในทุกช่วงเวลา
นอกจากนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรถฉุกเฉิน เติมน้ำมันให้เต็มถังทุกวันหลังเสร็จภารกิจ เพื่อลดความเสี่ยงกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างปฏิบัติงาน ขณะเดียวกัน รถดับเพลิงยังสามารถใช้บัตรเติมน้ำมัน (Fuel Card) เพื่อเติมน้ำมันจากสถานีบริการภายนอกได้ทันทีในกรณีจำเป็น ในส่วนของสถานีดับเพลิงบางแห่ง มีการจัดเก็บน้ำมันสำรองในปริมาณจำกัดประมาณ 200 ลิตร เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินเฉพาะหน้า โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพื้นที่เป็นสำคัญ
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานครยังได้ดำเนินมาตรการลดการใช้น้ำมัน เช่น การส่งเสริมการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) เพื่อลดการใช้รถส่วนกลาง รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้รถและการวางแผนเส้นทางให้เหมาะสม ทั้งนี้จากการบริหารจัดการอย่างเข้มงวด พบว่าอัตราการใช้น้ำมันต่ำกว่าที่ประเมินไว้ โดยปกติในช่วงครึ่งเดือนอาจมีการใช้น้ำมันถึงร้อยละ 50 ของปริมาณสำรอง แต่ปัจจุบันใช้เพียงประมาณร้อยละ 4 เท่านั้น สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมการใช้น้ำมัน อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าปัจจุบันยังสามารถบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงได้เพียงพอ รองรับภารกิจบริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง และอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณที่กำหนดได้อย่างเหมาะสม








