นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงาน ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยมีคณะผู้บริหารและผู้อำนวยการเขตเข้าร่วม ซึ่งนายชัชชาติได้กำชับถึงการบริหารจัดการ "บ้านอิ่มใจ" เพื่อให้เมืองมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและน่าอยู่
โดยเน้นย้ำให้นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำกับดูแลไม่ให้เกิดกลุ่มอิทธิพลหรือเจ้าพ่อเจ้าแม่ภายในบ้านอิ่มใจ พร้อมมอบหมายให้ผู้อำนวยการเขตทุกเขตลงพื้นที่สำรวจข้อมูลคนไร้บ้านอย่างเข้มข้น ทั้งจำนวน พฤติกรรม และพื้นฐานอาชีพ เพื่อคัดแยกกลุ่มระหว่างคนจนเมืองและคนไร้บ้านให้ชัดเจน
นอกจากนี้ยังให้หารือกับภาคเอกชนและเครือข่ายของกรุงเทพมหานครในการสนับสนุนด้านการจ้างงาน เพื่อให้คนกลุ่มนี้มีรายได้เลี้ยงชีพและสามารถกลับสู่สังคมได้โดยไม่ต้องกลับสู่วังวนเดิม
ทางด้านนายศานนท์ หวังสร้างบุญ ระบุว่าความสำเร็จของกลุ่มแรกจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการดำเนินการต่อไป โดยได้หารือกับนายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อบังคับใช้ พรบ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ให้มีประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาคนไร้บ้านมากขึ้น
ขณะที่นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้สำนักการแพทย์และสำนักอนามัยดูแลการคัดกรองโรคของผู้เข้าพัก ซึ่งผู้จะเข้าพักบ้านอิ่มใจต้องมีคุณสมบัติครบ 4 ประการ คือ อายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หากมีโรคประจำตัวต้องควบคุมอาการได้ และปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยก่อนเข้าพักจริงจะต้องผ่านกิจกรรมทดลอง 7 คืน เพื่อบันทึกประวัติ ตรวจสุขภาพ ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการ และเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคม
ทั้งนี้ บ้านอิ่มใจได้แบ่งผู้เข้าพักเป็น 3 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือกลุ่มที่ต้องการฝึกอาชีพ เช่น ทำอาหาร ช่างชุมชน ตัดผม ตัดเย็บเสื้อผ้า ชงเครื่องดื่ม และตัดแต่งต้นไม้ โดยจะได้รับสิทธิพักอาศัยได้ 2 เดือน และต่ออายุได้อีก 2 เดือน หากต้องการพักต่อหลังเรียนจบและครบกำหนดเวลาดังกล่าว จะต้องมีการออมเงินคืนละ 50 บาท
แต่หากไม่ผ่านการประเมินจะถูกจัดเข้ากลุ่มที่สอง คือกลุ่มที่ไม่ประสงค์ฝึกอาชีพแต่ต้องการที่พักพิงชั่วคราวเพื่อตั้งหลัก ซึ่งสามารถใช้สิทธิได้ 7 คืน และตั้งแต่คืนที่ 8 เป็นต้นไปจะต้องออมเงินคืนละ 50 บาท ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มกรณีฉุกเฉินหรือเร่งด่วน ซึ่งจะมีการประสานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลต่อไป








