ข่าวคุณภาพชีวิต

เตือนภัย “งูสวัด” โรคใกล้ตัวที่ปวดรุนแรงกว่าที่คิด แพทย์ชี้เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนหากรักษาช้า

แชร์ข่าว

เนื่องในสัปดาห์รณรงค์ป้องกันโรคงูสวัด ประจำปี 2569 (Global Shingles Action Week 2026) ซึ่งตรงกับวันที่ 23 ก.พ.-1 มี.ค. 2569 ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย ร่วมสร้างความตระหนักถึงอันตรายของโรคงูสวัด (Herpes Zoster) ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคสุกใสในวัยเด็ก ซึ่งภายหลังหายจากโรคสุกใสเชื้อไวรัสนี้ยังซ่อนอยู่ในปมเส้นประสาทของร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้นหรือภูมิคุ้มกันต่อโรคลดต่ำลง ไวรัสที่หลบซ่อนในร่างกายนี้จะทำให้เกิดงูสวัด การป้องกันด้วยวัคซีนจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาการของงูสวัดมักเริ่มด้วยอาการปวดแสบปวดร้อนหรือปวดลึกบริเวณผิวหนัง ต่อมาจะมีผื่นแดงและตุ่มน้ำใสขึ้นตามแนวเส้นประสาทเพียงด้านเดียว ต่อมาตุ่มน้ำใสจะแตกออกเป็นแผล ความรุนแรงของอาการปวดอาจกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน และในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน คือ อาการปวดปลายประสาทหลังผื่นหาย (Postherpetic Neuralgia) ซึ่งอาจปวดต่อเนื่องยาวนานหลายเดือนหรือเป็นปี ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า “ปัจจุบันโรคงูสวัดพบเพิ่มมากขึ้นชัดเจนและความเสี่ยงของการเกิดโรคสูงขึ้นตั้งแต่ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หรือบุคคลที่มีภาวะภูมิคุ้มกันโรคต่ำลง เช่น การติดเชื้อเอชไอวี ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือได้รับยาสเตียรอยด์ขนาดสูงต่อเนื่อง ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ  และในผู้ที่เคยเป็นงูสวัดแล้วก็จะมีโอกาสเป็นงูสวัดซ้ำถึงร้อยละ 6.2 โดยพบบ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญของโรคงูสวัด คือ อาการปวดตามรอยโรคนานหลายเดือน แม้ผื่นจะหายสนิทซึ่งพบได้ ร้อยละ 10-30 และพบบ่อยในผู้สูงอายุ การเป็นงูสวัดบริเวณใบหน้าด้านบนอาจเกิดบาดแผล ที่กระจกตา เพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นเลือดอุดตันในสมอง (stroke) ในช่วง 3-6 เดือนภายหลังเป็นงูสวัด ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจเกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ดังนั้นในปัจจุบันการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัดจึงมีความสำคัญในผู้ที่มีความเสี่ยงของโรคดังกล่าว”

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนประชาชนเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัด (มีค่าใช้จ่าย) เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรค โดยแนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป (ลดการเกิดโรคงูสวัด ร้อยละ 91-97) และผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง เช่น ได้รับยากดภูมิคุ้มกันขนาดสูง ของผู้ติดเชื้อเอชไอวี (ลดการเกิดโรคงูสวัด ร้อยละ 68-90) วัคซีนฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 2-6 เดือน ผู้ที่เป็นงูสวัดแล้ว แนะนำให้รับวัคซีนหลังจากหายแล้วอย่างน้อย 3-6 เดือน โดยเปิดให้บริการจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.30 - 16.30 น. ปิดรับลงทะเบียน เวลา 15.00 น. คลินิกนอกเวลา จันทร์ พุธ ศุกร์ เวลา 16.30 - 20.00 น. ปิดรับลงทะเบียน เวลา19.00 น. และวันเสาร์ เวลา 07.30 - 12.00 น. ปิดรับลงทะเบียน เวลา 11.00 น. หยุดวันอาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ ณ คลินิกนิรนาม สภากาชาดไทย ถ.ราชดำริ ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อวัคซีนล่วงหน้าผ่านระบบ iRedCross ได้ที่ www.iredcross.org และจะได้รับการบริการที่รวดเร็วแบบ Fast track หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร. 0 2251 6711-5 หรือเฟซบุ๊กเพจ www.facebook.com/anonymousclinic