24 กุมภาพันธ์ 2569 กรุงเทพฯ ที่ห้องประชุมประเมิน จันทวิมล กรมควบคุมโรค แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ พร้อมด้วย นายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิและโฆษกกรมควบคุมโรค ร่วมแถลงข่าว "กุมภาพันธ์ รู้ทันความเสี่ยง เลี่ยงโรคและภัยสุขภาพ" เพื่ออัปเดตสถานการณ์โรคที่สำคัญในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา
โดยจากการเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่ามี 5 โรคติดต่อที่มีรายงานผู้ป่วยและเสียชีวิตสูง ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงซึ่งครองอันดับหนึ่งด้วยจำนวนผู้ป่วยกว่า 160,000 ราย ตามมาด้วยไข้หวัดใหญ่เกือบ 70,000 ราย ปอดอักเสบประมาณ 35,000 ราย อาหารเป็นพิษประมาณ 17,000 ราย และโรคสุกใสประมาณ 5,000 ราย
นอกจากนี้ยังต้องจับตาโรคที่มีความรุนแรงสูงอย่างโรคไข้ดินหรือเมลิออยโดสิส (Melioidosis) ที่มีอัตราการเสียชีวิตเกือบร้อยละ 4 รวมถึงโรคไข้หูดับ เลปโตสไปโรสิส และไวรัส RSV
สำหรับสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียอดผู้ป่วยสะสม 99,000 รายเศษ และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุเฉลี่ย 65 ปีที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต ภูมิต้านทานบกพร่อง หรือมะเร็ง และที่สำคัญคือไม่ได้รับวัคซีนในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
โดยสายพันธุ์ที่ระบาดหนักที่สุดคือสายพันธุ์ A(H3N2) รองลงมาคือสายพันธุ์ B กรมควบคุมโรคจึงเน้นย้ำให้กลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เข้ารับวัคซีนป้องกันในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมของทุกปี พร้อมยึดหลัก "ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด" เพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ
ขณะที่กลุ่มโรคทางเดินอาหารและน้ำ พบว่าโรคอาหารเป็นพิษมีแนวโน้มสูงกว่าปีที่ผ่านๆ มา มียอดสะสมกว่า 25,000 ราย พบมากในเด็กเล็กกลุ่ม 0-4 ปี และวัยทำงาน 20-29 ปี
ส่วนอุจจาระร่วงเฉียบพลันมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังและเบาหวาน โดยเชื้อที่เป็นสาเหตุหลักคือโนโรไวรัส (Norovirus) และโรต้าไวรัส (Rotavirus) ซึ่งมักระบาดในสถานศึกษาจากการปนเปื้อนในอาหาร น้ำแข็ง และสุขาภิบาลที่ไม่เหมาะสม
ในส่วนของโรคอุบัติใหม่และโรคที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ กรมควบคุมโรคให้ความสำคัญกับโรคลีเจียนแนร์ (Legionnaires' Disease) ซึ่งพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 พบถึง 73 ราย และต้นปี 2569 พบแล้ว 13 ราย ทั้งหมดเป็นเพศชายและส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติถึงร้อยละ 85
เชื้อนี้มักอยู่ในระบบทำความเย็น อ่างสปา และฝักบัวในสถานประกอบการที่ขาดการดูแลระบบน้ำ จึงขอให้ผู้ประกอบการโรงแรมตรวจสอบมาตรฐานตามเกณฑ์ Green Health Hotel อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
ด้านสถานการณ์วัณโรค ยังคงพบปัญหาวัณโรคดื้อยาหลายขนาน (MDR-TB) ประมาณ 700-1,000 รายต่อปี และวัณโรคดื้อยาอย่างมากปีละ 50 ราย โดยพบการดื้อยาในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเพิ่มขึ้น กรมควบคุมโรคจึงแนะนำให้ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย โดยเฉพาะเด็กต่ำกว่า 5 ปี รีบพบแพทย์ภายใน 1 เดือนเพื่อรับยาป้องกัน
ส่วนโรคฝีดาษวานร (Mpox) ปัจจุบันประเทศไทยพบผู้ป่วยสะสมในปี 2569 แล้ว 25 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยมีการระบาดในเรือนจำซึ่งพบผู้ป่วยยืนยัน 3 ราย และอยู่ระหว่างเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิด 21 วัน พร้อมสนับสนุนวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยงและบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่แล้ว
สำหรับโรคไข้ดินหรือเมลิออยโดสิส ในช่วงต้นปีพบผู้เสียชีวิตแล้วถึง 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ เชื้อนี้สามารถติดต่อได้ทั้งจากการสัมผัสดินและน้ำที่ปนเปื้อน การดื่มน้ำไม่สะอาด หรือแม้แต่การหายใจเอาฝุ่นดินที่มีเชื้อเข้าไป
ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศ ยังคงติดตามไวรัสนิปา (Nipah virus) ในอินเดียที่มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบังกลาเทศ 1 ราย แม้องค์การอนามัยโลกจะประเมินความเสี่ยงการระบาดข้ามประเทศไว้ในระดับต่ำ แต่ไทยยังคงมีมาตรการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ยังเชิญชวนประชาชนร่วมรณรงค์ใน 3 วันสำคัญ ได้แก่ วันยุติการเลือกปฏิบัติสากล (1 มีนาคม) เพื่อลดการตีตราผู้ติดเชื้อ HIV, วันโรคอ้วนโลก (4 มีนาคม) เนื่องจากคนไทยมีภาวะอ้วนพุ่งสูงถึงร้อยละ 45 เสี่ยงต่อโรค NCDs, และวันไตโลก (12 มีนาคม) เพื่อสร้างความตระหนักรู้หลังพบว่าคนไทยเป็นโรคไตเรื้อรังสูงถึง 1.1 ล้านคน หรือเทียบเท่า 1 ใน 60 คนของประชากรทั้งหมด







