23 ก.พ.69 กรุงเทพฯ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าการยกระดับระบบสัญญาณไฟจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากระบบตั้งเวลาแบบเดิมไปสู่ระบบอัจฉริยะ หรือ Adaptive ที่สามารถปรับเปลี่ยนสัญญาณไฟตามปริมาณรถจริงเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง
โดยปัจจุบันทางแยกภายใต้การดูแลของกรุงเทพมหานครมีทั้งหมด 746 แยก แบ่งเป็นแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร 168 แยก และแยกที่มีสัญญาณไฟจราจร 578 แยก ซึ่งในจำนวนที่มีสัญญาณไฟนี้ยังคงใช้ระบบตั้งเวลาแบบตายตัวหรือ Fix Time ถึง 433 แยก ส่วนระบบเดิมที่เป็นแบบ Adaptive Loop Detector มี 71 แยก และระบบใหม่ล่าสุดที่เป็นแบบ Adaptive Real Time CCTV มีการติดตั้งไปแล้ว 74 แยก
สาเหตุสำคัญที่ต้องเร่งเปลี่ยนสู่ระบบใหม่เนื่องจากระบบ Fix Time ไม่สามารถปรับตามปริมาณรถที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลาได้ จนเกิดปัญหาไฟเขียวแต่ไม่มีรถ หรือรถต้องจอดรอไฟแดงทั้งที่ฝั่งตรงข้ามว่าง อีกทั้งการปรับตั้งระบบทำได้ช้าเพราะต้องใช้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จริง
แต่สำหรับระบบ Adaptive CCTV จะใช้กล้อง CCTV ร่วมกับระบบประมวลผลอัจฉริยะ (AI) มาตรวจจับปริมาณการจราจรแบบเรียลไทม์ ทำให้สัญญาณไฟสามารถปรับให้เหมาะกับแต่ละทิศทาง หากรถเยอะจะปล่อยไฟเขียวนานขึ้น แต่หากรถว่างจะตัดไฟทันทีเพื่อลดการรอโดยไม่จำเป็นและป้องกันปัญหาการติดค้างกลางแยกหรือ Grid Lock
ซึ่งในช่วงปี 2567–2568 กรุงเทพมหานครได้นำร่องติดตั้งระบบดังกล่าวใน 74 ทางแยก ครอบคลุมถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น อาทิ ถนนสุขุมวิท พระราม 4 พหลโยธิน รามคำแหง สาทร สีลม พระราม 9 และเพลินจิต
จากการประเมินผลพบว่าระบบไฟจราจรอัจฉริยะช่วยให้การจราจรไหลลื่นขึ้นและสามารถลดเวลาในการเดินทางได้ประมาณร้อยละ 10 ถึง 41 ทั้งนี้ ในปี 2569 กรุงเทพมหานครมีแผนที่จะขยายการติดตั้งระบบ Adaptive เพิ่มอีก 50 ทางแยก เพื่อยกระดับการบริหารจัดการจราจรให้มีประสิทธิภาพครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น








