วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 น. ที่ศาลปกครองกลาง กรุงเทพฯ สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำและอนุมัติร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) รวม 5 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, กรุงเทพมหานคร, สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง, กรมโยธาธิการและผังเมือง และคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับกระบวนการและเพิกถอนการจัดทำร่างผังเมืองดังกล่าว
โดยนายก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย สภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่ากระบวนการที่ผ่านมาเป็นการ "ทำเป็นรับฟัง" ความคิดเห็นซึ่งขัดต่อกฎหมายและละเมิดสิทธิประชาชนอย่างชัดเจน เนื่องจากมีจำนวนผู้มีส่วนร่วมไม่ถึง 1% ของประชากรกรุงเทพฯ กว่า 5,800,000 คน หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ 0.5-0.6 เท่านั้น
ซึ่งหากเทียบกับการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่มีผู้ใช้สิทธิถึง 65% จะเห็นถึงความล้มเหลวของการประชาสัมพันธ์ที่นำข้อมูลไปติดไว้ในจุดที่เข้าถึงยาก เช่น หน้าห้องน้ำในเขต หรือเผยแพร่ผ่านออนไลน์ที่ชาวบ้านเข้าไม่ถึง อีกทั้งในการประชุม 50 เขต ยังใช้เวลาอธิบายเนื้อหาที่ซับซ้อนเพียง 1 ชั่วโมง และให้ประชาชนซักถามเพียง 1 ชั่วโมง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการสร้างความเข้าใจในสาระสำคัญที่มีการ "หมกเม็ด" เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน เช่น การปลดล็อกเงื่อนไขสร้างอาคารสูงรอบสถานีรถไฟฟ้าในรัศมี 500-800 เมตร โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิตเดิมของชุมชน
ขณะที่ ตัวแทนชาวบ้านในแนวเวนคืนถนนสาย ฉ.4 และ สาย ง.25 โซนเอกชัย จอมทอง บางขุนเทียน และทุ่งครุ เปิดเผยว่าปัจจุบันประชาชนในพื้นที่เกิดความสับสนอย่างมาก เนื่องจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) บางรายลงพื้นที่ให้ข้อมูลว่าไม่มีการเวนคืน ทั้งที่ในแผนที่ผังเมืองระบุแนวว่าจะมีการตัดถนนเฉียงผ่านหมู่บ้านคาดว่าจะกระทบประชาชนกว่า 1,000 หลังคาเรือน
โดยชาวบ้านส่วนใหญ่เพิ่งทราบเรื่องจากการยื่นฟ้องศาลปกครองเองจึงได้เห็นแผนที่เมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งที่ในเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนได้คัดค้านแนวถนนดังกล่าวมาโดยตลอดแต่เสียงเหล่านั้นกลับไม่ได้รับการสนองตอบ และยังคงถูกบรรจุไว้ในร่างผังเมืองฉบับใหม่ ตนจึงเรียกร้องให้มีการแจกใบปลิวระบุชัดเจนว่าบ้านหลังใดได้รับผลกระทบเพื่อให้เกิดการรับฟังความเห็นที่แท้จริง เพราะในความเป็นจริงอาจไม่จำเป็นต้องเวนคืนบ้านทั้งหมดหากมีการใช้ถนนเดิมที่มีอยู่เพื่อเชื่อมต่อเส้นทาง
นายก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี กล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นทางเทคนิคว่า ในผังเมืองฉบับนี้มีการแอบเปลี่ยนแนวเส้นทางถนนเวนคืนจากฉบับก่อนหน้า ทำให้ไปกระทบกับผู้รับผลกระทบรายใหม่โดยไม่มีการสำรวจหรือแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งกระบวนการสื่อสารที่ล้มเหลวนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในแนวถนนถึง 148 สาย และทราบว่าจะยกเลิกประมาณ 48 สาย โดยยังไม่แจ้งประชาชนทราบ แต่ กทม.กลับส่งเรื่องต่อไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง และคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดพิจารณาต่อแล้ว
โดยปัจจุบันร่างผังเมืองอยู่ในขั้นตอนที่ 8 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง และกำลังถูกเร่งรัดให้เข้าสู่ขั้นตอนที่ 9 และ 10 เพื่อปิดประกาศ 90 วันภายในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งสภาผู้บริโภคยอมให้ถึงขั้นตอนนี้ไม่ได้ เพราะจะทำให้ประชาชนอีก 99% ที่ไม่รู้เรื่องเสียสิทธิในการคัดค้านทันทีเนื่องจากกฎหมายให้สิทธิเฉพาะผู้ที่ไปยื่นหนังสือไว้เท่านั้น
จึงขอวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหยุดพิจารณา "ของมีตำหนิ" หรือ "เผือกร้อน" นี้ และกลับมาให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนอย่างจริงจัง ก่อนที่จะมีการเร่งดันกฎหมายเพื่อประกาศใช้ในปีหน้าเพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่มตามเป้าหมายที่วางไว้








