วันที่ 17 ก.พ.2569 โรงพยาบาลวังเหนือ จังหวัดลำปาง ออกแถลงการณ์เรื่อง กรณีข่าวผู้เสียชีวิตที่สงสัยว่าเกิดจากตัวคุ่น (ริ้นดำ) กัด ความว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีผู้ป่วยเสียชีวิต โดยระบุว่า สาเหตุเกิดจากการถูกตัวคุ่น (ริ้นดำ) กัดนั้น โรงพยาบาลวังเหนือขอชี้แจงลำดับเหตุการณ์และข้อเท็จจริงทางการแพทย์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความตื่นตระหนก ดังนี้
1. สรุปเหตุการณ์และอาการผู้ป่วย
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ป่วยชาย อายุ 68 ปี เข้ารับการรักษาด้วยอาการปวดน่อง เบื้องต้นตรวจ ไม่พบอาการผิดปกติรุนแรงอื่นๆ แพทย์จึงวินิจฉัยเป็นกล้ามเนื้ออักเสบและให้ยากลับไปสังเกตอาการที่บ้าน
ต่อมา ช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้ป่วยกลับมาอีกครั้งด้วยอาการปวดน่องรุนแรงจนเดินไม่ได้ มีอาการชาน่อง และเริ่มพบผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีม่วงบริเวณใบหน้าและติ่งหู ญาติให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสงสัยว่าผู้ป่วยอาจถูกตัวคุ่นกัด
ทีมแพทย์ตรวจ พบภาวะ “ติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง” (Sepsis) และมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ จึงเร่งให้สารน้ำ ยา ปฏิชีวนะ และส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลลำปางทันที วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงด้วยภาวะ ติดเชื้อในกระแสเลือดและระบบหายใจล้มเหลว
2. ข้อควรรู้เพื่อลดความตื่นตระหนก
ตัวคุ่นไม่ใช่แมลงพิษร้ายแรง : โดยปกติการถูกตัวคุ่นกัดจะส่งผลเพียงอาการคัน หรือเป็นตุ่มเลือด เล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้ทำให้เสียชีวิตโดยตรงในทันที
สาเหตุการเสียชีวิต : กรณีนี้เกิดจาก ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัย เฉพาะบุคคล หรือมีการติดเชื้อแทรกซ้อนที่รุนแรง ไม่ใช่ผลจากพิษของตัวคุ่นโดยลำพัง
แนวทางปฏิบัติ : หากถูกแมลงกัดให้ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด ประคบเย็นเพื่อลดบวม ทายาลด คัน สิ่งสำคัญคือห้ามเกา ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น อาการแพ้รุนแรง มีไข้ หายใจหอบเหนื่อย หรือผิวหนังเปลี่ยนสี ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการถูกกัดทันที
พื้นที่เสี่ยง การป้องกัน : หลีกเลี่ยงพื้นที่ชื้นแฉะหรือป่าเขา สวมเสื้อผ้ามิดชิด และทายากันแมลงเมื่อต้องเข้าใน
โรงพยาบาลวังเหนือขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอให้ประชาชนมั่นใจใน มาตรฐานการคัดกรองและการรักษาของโรงพยาบาล








