(15 ก.พ.69) กรมอุตุนิยมวิทยาได้เปิดเผยการคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยประจำปี 2569 โดยระบุว่าในปีนี้ฤดูร้อนจะเริ่มต้นช้ากว่าปกติประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และจะสิ้นสุดลงในช่วงเดือนพฤษภาคม
สภาพอากาศโดยรวมจะมีลักษณะร้อนอบอ้าวสลับกับมีฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่เป็นระยะ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความร้อนลงได้บ้าง อย่างไรก็ตาม อากาศในภาพรวมจะมีความร้อนแรงยิ่งกว่าปี 2568 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก ที่มีโอกาสเผชิญกับอุณหภูมิสูงจัดเกินกว่า 42 องศาเซลเซียส
สำหรับอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยในพื้นที่ประเทศไทยตอนบนเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการจะอยู่ที่ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าปกติที่มักจะอยู่ที่ 35.4 องศาเซลเซียส ขณะที่ปริมาณฝนรวมเฉลี่ยในปีนี้คาดว่าจะต่ำกว่าค่าปกติถึงร้อยละ 30-40
หากพิจารณาตามช่วงเวลา ในช่วงต้นถึงกลางเดือนมีนาคม แม้จะเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วแต่หลายพื้นที่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะยังมีอากาศเย็นในช่วงเช้า และอาจเกิดพายุฤดูร้อนขึ้นได้เป็นระยะ จากนั้นในช่วงกลางเดือนมีนาคมไปจนถึงกลางเดือนเมษายน สภาพอากาศจะเริ่มร้อนอบอ้าวไปทั่วทุกภาค และบางพื้นที่จะมีอากาศร้อนจัด โดยอุณหภูมิสูงสุดอาจไต่ระดับไปถึง 42-43 องศาเซลเซียส ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายเดือนเมษายนและกลางเดือนพฤษภาคมที่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู สภาพอากาศจะมีความแปรปรวนสูง มีอากาศร้อนอบอ้าวสลับกับฝนฟ้าคะนองและพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นเป็นระยะ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่อุณหภูมิยังคงมีโอกาสแตะระดับ 42-43 องศาเซลเซียส
สำหรับพื้นที่ภาคใต้ในช่วงเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน จะมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ คลื่นลมทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันมีความสูงประมาณ 1 เมตร แต่เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคม ปริมาณฝนจะเพิ่มสูงขึ้นและตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่มีฝนครอบคลุมร้อยละ 60-80 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่งผลให้คลื่นลมในทะเลอันดามันสูงถึง 2-3 เมตร และอ่าวไทยสูงประมาณ 1-2 เมตร
สำหรับสถานการณ์อากาศในปัจจุบัน พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้าต่อเนื่องไปจนถึงช่วงกลางวัน ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่งประมาณร้อยละ 10 ของพื้นที่ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ในส่วนของสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครรายงานว่า ค่าฝุ่นเฉลี่ยในช่วงเช้าที่ผ่านมาอยู่ที่ 14.6-37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 15-23 กุมภาพันธ์ การระบายอากาศจะอยู่ในเกณฑ์อ่อนถึงดี แต่อาจมีลักษณะชั้นบรรยากาศใกล้พื้นผิวปิดสลับกันไป ซึ่งอิทธิพลจากลมใต้จะช่วยให้การสะสมของฝุ่นมีแนวโน้มลดลง แม้ในบางวันที่มีหมอกหนามาปกคลุมซึ่งเป็นปัญหาหลักของกรุงเทพมหานคร หรืออากาศร้อนอบอ้าวอาจทำให้ฝุ่นระเหยและสะสมได้บ้าง แต่หากมีฝนตกลงมาก็จะช่วยลดปริมาณฝุ่นลงได้ตามลำดับ







