วันที่ 11 ก.พ.69 ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง ผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊ก “หมอแล็บแพนด้า” โพสต์ข้อความระบุว่า...
เราพูดเรื่องนี้กันมา เป็นรอบที่ 7,896 แล้ว แต่เราก็ต้องพูดกันต่อปายยยย เพราะเราจะมาตายและสูญเสียคนที่เรารักไปเรื่อยๆ เพียงแค่เรา “หายใจ” มันไม่ใช่นาาาา
PM2.5 มันไม่ใช่ฝุ่นธรรมดา แต่มันคือ ฝุ่นขนาดเล็ก ชนิดที่ว่ามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น! ทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้ว
แต่ความเล็กของมันเนี่ยแหละตัวแสบ!!! เพราะระบบป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายเรา ไม่ว่าจะเป็น "ขนจมูก" ที่ปกติทำหน้าที่เป็นยามดักจับฝุ่น หรือน้ำมูก หรือการที่ร่างกายพยายามจะ “ไอ-จาม” ถีบฝุ่นออกมา... บอกเลยว่าเอาไม่อยู่ครับ! PM2.5 มันเล็กจนลอยผ่านขนจมูกเราไปแบบชิลๆ หันมาโบกมือบ๊ายบายอีกต่างหาก
ดังนั้น พอเราสูดปู๊ดดดเข้าไป มันไม่หยุดแค่จมูกนะ แต่มันตีตั๋วเดินทาง “ลึก” เข้าไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่ร่างกายเราต้องร้องว่า “เฮ้ย! แกเข้ามาได้ไงวะเนี่ย!?”
ป่ะ! ไปตามส่องชีวิตน้องฝุ่นกันว่า มันเดินทางไปทัวร์ร่างกายเรายังไงบ้าง
ป้ายแรกก็คือ ระบบทางเดินหายใจ จุดเริ่มต้นความบรรลัย
พอเราสูด PM2.5 เข้าไป มันไหลลื่นปรื๊ดผ่านจมูก ลงคอ แล้วพุ่งตรงเข้าสู่ “ปอด”
ปลายทางของมันคือ “ถุงลมปอด” (Alveoli) นึกภาพฟองน้ำจิ๋วๆ เป็นล้านๆ ถุงนะครับ
หน้าที่ของถุงลมคือ “รับออกซิเจน” เข้าเลือด แล้วปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา
แต่พออีฝุ่น PM2.5 มันเข้าไปถึงถุงลม (ซึ่งแกไม่ควรจะอยู่ที่นี่โว้ยยย!) ความบันเทิงก็บังเกิดครับ
* ฝุ่นบุกถุงลมน่ะสิ นึกภาพเอาเม็ดทรายเคลือบยาพิษไปถูๆ ไถๆ ผิวถุงลม สัมผัสซ้ำๆ มันก็ระคายเคืองสิครับ อักเสบกันไปยาวๆ
* ร่างกายเราก็พร้อมสู้ พอเห็นฝุ่นปุ๊บ ตะโกน “เฮ้ยยยยย ศัตรูบุก!” เม็ดเลือดขาวแห่กันมาเหมือนไทยมุง แล้วหลั่งสารอักเสบออกมาสู้ รบกันไปรบกันมา ปอดช้ำในครับพี่น้อง
* นานๆไปถุงลมก็เปลี่ยนสภาพ ผนังถุงลมที่เคยเด้งดึ๋งยืดหยุ่น จะเริ่มแข็งโป๊กและหนาขึ้น แลกเปลี่ยนออกซิเจนได้แย่ลง
* นานๆเข้าพอเราเดินนิดหน่อยก็หอบ เหนื่อยง่ายเหมือนไปวิ่งมาราธอน หายใจไม่เต็มปอด ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย!
ในระยะยาวเตรียมต้อนรับโรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง หรือมะเร็งปอดได้เลย แม้ชีวิตนี้จะไม่เคยแตะบุหรี่สักมวนก็ตาม! ซวยซ้ำซ้อนจริงๆ
ป้ายที่สองคือ จากปอด ทะลุเข้าสู่กระแสเลือด
หลายคนคิดว่า "เออ เข้าปอดก็แย่แล้ว จบแค่นั้นมั้ง" ... ผิดจ้า!!
น้องฝุ่นแกมีความสามารถพิเศษ สกิลทะลุทะลวงสูงมาก!
เพราะผนังถุงลมกับเส้นเลือดฝอยมันอยู่ใกล้กันแนบชิด เพื่อให้ออกซิเจนผ่านได้
อี PM2.5 มันตัวเล็กจัด มันก็เลยเนียน “มุด” ผ่านผนังถุงลม เข้าไปลอยล่องในกระแสเลือดเฉยเลย!
พอเข้าไปในเลือดปุ๊บ มันก็ไปทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบ เลือดหนืดขึ้น เกล็ดเลือดเกาะตัวกันง่ายขึ้น
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ เหมือนท่อน้ำประปาบ้านเราที่เคยใสสะอาด จู่ๆ มีเศษตะกอน สนิม โคลน เข้าไปอุดตัน ไหลก็ยาก ตันก็ง่าย
ป้ายสาม หัวใจจะวายเอา
พอหลอดเลือดอักเสบ เลือดหนืดเป็นนมข้นหวาน หัวใจที่ต้องปั๊มเลือดก็งานเข้าสิครับ!
หัวใจต้อง “เบ่ง” แรงขึ้น บีบตัวหนักขึ้น เพื่อดันเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย
ระยะสั้น:อาจจะแค่รู้สึกเพลียๆ
แต่ระยะยาว:หัวใจจะทำงานหนักเกินค่าแรง เสี่ยงความดันสูง โรคหัวใจขาดเลือด หรืออยู่ดีๆ หัวใจวาย เส้นเลือดในสมองแตกโป๊ะ!
พ่อแม่ปู่ย่าตายาย หรือคนที่มีโรคประจำตัว (เบาหวาน ความดัน ไขมัน) อันนี้อันตรายคูณสองครับ
ป้ายสี่ สมองเบลอ หรือว่าเธอไม่ชัดเจน
เชื่อมััยครับว่า ฝุ่นแค่นี้ มันลามไปถึงสมอง!
PM2.5 บางส่วนสามารถเจาะ “แนวกั้นเลือดสมอง” (Blood-Brain Barrier) ที่ปกติมันหนาแน่นมาก กันสิ่งแปลกปลอมสุดฤทธิ์
แต่อีฝุ่นนี้มันเล็กและร้าย! มันแทรกตัวเข้าไปได้!
พอเข้าไปปุ๊บ ก็ไปกระตุ้นให้เซลล์ประสาทอักเสบ สมองเออเร่อสิครับ
ไม่แน่นะ บางคนกำลังมีอาการนี้อยู่ สมาธิสั้น ขี้ลืม อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย (ไม่ได้เป็นเมนส์นะค้าบ แต่อาจเป็นเพราะฝุ่น!)
ระยะยาว:มีข้อมูลว่าอาจเพิ่มความเสี่ยง “อัลไซเมอร์” หรือโรคสมองเสื่อมด้วย
ยังไปต่อป้ายห้า ภูมิคุ้มกันพัง
ร่างกายเจอฝุ่นทุกวัน ภูมิคุ้มกันก็สู้จนท้อ
กระตุ้นให้สู้ตลอดเวลาจนร่างกายอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammation)
ผลคือ:ภูมิคุ้มกันเริ่มรวน เดี๋ยวก็ติดเชื้อง่าย เดี๋ยวก็แพ้นั่นแพ้นี่ ภูมิแพ้กำเริบหนักกว่าเดิม ใครเป็นภูมิแพ้อยู่แล้วเตรียมทิชชู่ไว้เลย
ที่น่าสงสารคือเด็กตาดำๆ และแม่ท้อง
กลุ่มนี้น่าห่วงสุด!
ในเด็ก ปอดยังสร้างไม่เสร็จ เจอฝุ่นเข้าไปขัดขวางการสร้างถุงลม โตไปปอดจะไม่แข็งแรงเท่าคนอื่น
ส่วนคนท้อง ฝุ่นมันร้ายขนาดไปกวนการทำงานของ “รก” ได้! ออกซิเจนส่งไปหาลูกน้อยลง เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด ลูกตัวเล็ก หรือพัฒนาการช้า
ดูแลตัวเองกันด้วยนะครับ ใส่หน้ากากกันฝุ่น ที่บ้านปิดให้มิดชิด ถ้ามีเครื่องฟอกอากาศได้ก็ฟอก งดออกกำลังกายกลางแจ้ง ในวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐานนะคร้าบ
#หมอแล็บแพนด้า #PM25 #ฝุ่นพิษ #มลพิษอากาศ #สุขภาพปอด #โรคหัวใจ #สมองเสื่อม #เตือนภัยสุขภาพ #ข่าวสุขภาพ #ฝุ่นกรุงเทพ








