ข่าวคุณภาพชีวิต

พบคนรุ่นใหม่ป่วย NCDs เพิ่ม แนะเวชศาสตร์วิถีชีวิต 6 เสาหลัก ปรับพฤติกรรมสุขภาพ

แชร์ข่าว

(10 ก.พ.69) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs จากผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 ปี 2568 พบข้อมูลที่น่ากังวลในกลุ่มคนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 18-34 ปี ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 29.5 เมื่อเทียบกับปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 25.4 ขณะที่โรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.5 เป็นร้อยละ 10.6 โดยมีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรม "กินเกิน-นอนน้อย-เนือยนิ่ง"

นอกจากนี้ยังพบว่าคนไทยกว่าร้อยละ 83.4 บริโภคโซเดียมเกินมาตรฐาน และมีภาวะอ้วนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 45 ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงทำลายสุขภาพแต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม กรมอนามัยจึงเร่งนำหลัก "Lifestyle Medicine" หรือเวชศาสตร์วิถีชีวิต มาเป็นเครื่องมือหลักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรค โดยเชื่อมโยงกับศูนย์ป้องกันโรคไม่ติดต่อ (NCDs Prevention Center) ที่มีอยู่ทั่วประเทศ

ด้านแพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระดับพื้นที่คือการสร้าง "แกนนำสุขภาพระดับอำเภอ" เพื่อทำหน้าที่เป็น Health Coach ในการเพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับประชาชน โดยใช้แนวทางเวชศาสตร์วิถีชีวิตภายใต้ 6 เสาหลัก ได้แก่

การเลือกโภชนาการที่ลดความเสี่ยงโรค เน้นผักผลไม้และธัญพืชไม่ขัดสี ลดหวานและโซเดียม การมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ร่วมกับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ การนอนหลับที่เพียงพอในวัยทำงาน 7-9 ชั่วโมงต่อคืน การจัดการความเครียดด้วยการฝึกสมาธิหรือโยคะ การสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีกับครอบครัวและเพื่อน รวมถึงการหลีกเลี่ยงสารเสพติดและพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งการสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ และการสัมผัสฝุ่น PM 2.5

ขณะที่นายแพทย์อัครวัฒน์ เพียวพงภควัต ผู้อำนวยการส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าแม้ผลสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องโรค NCDs ของประชาชนจะอยู่ในเกณฑ์เพียงพอสูงถึงร้อยละ 93.18 แต่ในด้านพฤติกรรมกลับพบว่ามากกว่าร้อยละ 50 ยังคงมีพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการบริโภคอาหารไขมันสูง รสหวาน และโซเดียมสูงจากน้ำจิ้มหรือเครื่องปรุงรสเป็นประจำ ในขณะที่มีประชาชนเพียงร้อยละ 48.70 ที่กินผักและผลไม้สดได้ตามเกณฑ์วันละครึ่งกิโลกรัม และมีเพียงร้อยละ 48.90 ที่ออกกำลังกายต่อเนื่องจนได้เหงื่อครบ 150 นาทีต่อสัปดาห์

กรมอนามัยจึงให้ความสำคัญกับการอบรมพัฒนาแกนนำส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพตามแนวทางเวชศาสตร์วิถีชีวิต เพื่อสร้างพี่เลี้ยงสุขภาพในการนำกลุ่มเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการของศูนย์ป้องกันโรคไม่ติดต่อ พร้อมติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิดเพื่อเป้าหมายในการลดจำนวนผู้ป่วยโรค NCDs ในอนาคตอย่างยั่งยืน