วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นายอาร์ม (9arm) หรือ ดร.ธนานนท์ ปฏิญญาศักดิกุล อินฟลูเอนเซอร์ด้านไอทีและวิศวกรซอฟต์แวร์ชาวไทย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โครงการพัฒนาระบบไอทีใหม่ของสำนักงานประกันสังคม ผ่านยูทูปช่อง 9arm หัวข้อ ระบบไอที 850 ล้านของประกันสังคม โดยนายอาร์มตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการบริหารจัดการโครงการ โดยเฉพาะการยอมจ่ายค่าดูแลรักษาระบบเดิมที่เป็นคอมพิวเตอร์ Mainframe ซึ่งมีค่า Maintenance Agreement (MA) สูงถึงปีละประมาณ 250 ล้านบาท ในช่วงที่โครงการระบบใหม่ล่าช้ากว่าแผนถึง 2 ปี ส่งผลให้รัฐต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสะสมเกือบเทียบเท่ามูลค่าการพัฒนาระบบใหม่ทั้งระบบ ขณะที่ค่าปรับจากความล่าช้ากลับถูกเรียกเก็บจริงเพียงบางส่วน ทำให้เงินสมทบของผู้ประกันตนสูญเปล่าไปหลายร้อยล้านบาท
สำหรับกรณีแอปพลิเคชัน SSO Plus ล่มตั้งแต่วันแรกที่เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 นายอาร์มระบุว่า สาเหตุที่อ้างว่า API Gateway รองรับปริมาณงานไม่ไหวเป็นเพียงปลายเหตุ แต่ต้นตอที่แท้จริงคือการไม่ทดสอบระบบใหม่เมื่อนำไปเชื่อมต่อกับ API Gateway เดิม รวมถึงการไม่ทำ Scale Test เพื่อรองรับการใช้งานจำนวนมาก
นายอาร์มเป็นที่รู้จักจากการอธิบายเรื่องเทคโนโลยีซับซ้อนให้เข้าใจง่ายผ่านช่อง YouTube “castby9arm” ล่าสุดได้เผยแพร่คลิปชื่อ “ระบบไอที 850 ล้านของประกันสังคม” โดยเล่าถึงการประชุมร่วมกับทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งเคยเชิญเขาเข้าไปดูระบบไอทีใหม่ในปี 2568 และทราบว่าหน่วยงานมีความจำเป็นต้องใช้งานระบบ Mainframe เดิมต่อไปเนื่องจากโครงการล่าช้า
“ในวงการไอที ไม่มีใครอยากจ่ายค่า MA ค้างคาในราคาสูงขนาดนี้ หากระบบใหม่ทำงานได้จริง ควรช่วยลดภาระงบประมาณได้แล้ว” นายอาร์มกล่าว
นอกจากนี้ นายอาร์มยังวิจารณ์การบริหารสัญญาโครงการระบบไอทีใหม่มูลค่า 850 ล้านบาท ซึ่งเริ่มสัญญาในปี 2564 และควรแล้วเสร็จในปี 2566 แต่กลับเลื่อนมาถึงปี 2569 ทั้งที่ตามสัญญากำหนดค่าปรับวันละ 0.1% หรือประมาณ 850,000 บาท หากคิดตามระยะเวลาล่าช้ากว่า 700 วัน ค่าปรับจะเกือบเท่ามูลค่าโครงการทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การตรวจรับงานที่ยืดเยื้อกว่า 300 วันทำให้ค่าปรับในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ถูกนำมาคิด และสุดท้ายมีการปรับจริงเพียงราว 150 วัน
ในประเด็นเทคนิค นายอาร์มระบุว่า ระบบใหม่ล้มเหลวในระดับพื้นฐาน ทั้งการไม่ทดสอบโหลดการใช้งาน และการไม่ทดสอบการเชื่อมต่อกับโครงสร้างเดิม ส่งผลให้ระบบล่มทันทีเมื่อเปิดให้บริการจริง
นายอาร์มยังตั้งข้อสังเกตว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้าไม่เปิดเผยยี่ห้อ API Gateway ระดับ Enterprise ที่มีราคาสูง และไม่ได้จัดซื้อบริการหลังการขาย ทำให้เมื่อระบบล่มในวันเปิดใช้งาน ไม่สามารถติดต่อผู้จำหน่ายได้ ต้องแก้ไขปัญหากันเอง ซึ่งสวนทางกับแนวปฏิบัติของสถาบันการเงินในไทยที่ใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สแบบ Community Edition ที่มีต้นทุนต่ำ แต่รองรับธุรกรรมแบบเรียลไทม์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรณีปัญหาการย้ายข้อมูล (Migration) ที่ทำให้ข้อมูลผู้ประกันตนคลาดเคลื่อน เช่น เลขบัตรประชาชนหรือวันเดือนปีเกิดไม่ถูกต้อง นายอาร์มเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลผ่านระบบส่วนกลางได้ ต้องพิมพ์ไฟล์ข้อมูลออกมาเป็นกระดาษจำนวนมาก แล้วตรวจสอบด้วยวิธี Manual ทีละบรรทัด เสมือนระบบธนาคารในยุค 1980
“การแก้ไขต้องอ้างอิงข้อมูลเก่าที่ Export ไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 หากมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้น ข้อมูลจะหายไปทันที” นายอาร์มกล่าว
ขณะเดียวกัน นายอาร์มยังเปิดเผยข้อมูลงบประมาณจ้างงานในโครงการอื่น ๆ ของสำนักงานประกันสังคม เช่น ศูนย์คอมพิวเตอร์มูลค่า 65 ล้านบาท ซึ่งมีตำแหน่งงานที่ได้รับค่าตอบแทนสูง อาทิ Network Security Manager เงินเดือน 150,000 บาท หรือ Help Desk Support 62,000 บาท โดยมองว่างบประมาณระดับนี้ควรสะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบที่ดีกว่าที่เกิดขึ้นจริง
นายอาร์มสรุปว่า ปัญหาระบบไอที 850 ล้านบาทของสำนักงานประกันสังคมไม่ใช่เรื่องข้อจำกัดทางเทคโนโลยี เนื่องจากประเทศไทยมีระบบธนาคารและตลาดทุนที่ซับซ้อนกว่านี้มาก แต่เป็นปัญหาด้านการบริหารจัดการ การตัดสินใจ และแนวคิดที่ส่งผลให้เงินงบประมาณจากผู้ประกันตนเกิดความสูญเสีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีประเทศใดเขาทำกัน








