ปภ. เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ต่อเนื่อง ยกระดับมาตรการควบคุมการเผา เร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ เคาะประตูบ้านประชาชนขอความร่วมมืองดเผา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ม.ค.69 ที่ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ครั้งที่ 5/2569 โดยมีนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุม ผู้บริหาร ปภ. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยเข้าร่วมประชุม และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และจุดความร้อน (Hotspot) ที่กำลังส่งผลกระทบในหลายพื้นที่เร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อยกระดับการควบคุมการเผาในที่โล่งและพื้นที่เกษตรกรรม อย่างเข้มข้น ส่งเสริมการปฏิบัติตามระเบียบและข้อกำหนด ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านกลไกท้องถิ่น 'เคาะประตูบ้าน' เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนงดการเผาและสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบต่อสุขภาพ
นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในระยะนี้ ซึ่งติดตามข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ณ วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่าปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้นจนเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ภาคเหนือ กลาง ตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ และ กทม. รวม 27 จังหวัด โดยพื้นที่ที่มีสถานการณ์ฝุ่นรุนแรงในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี (94.6 มคก./ลบ.ม.) สมุทรสงคราม (77.6 มคก./ลบ.ม.) รวมถึงกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก (เขตหนองจอก คลองสามวา มีนบุรี และคันนายาว) ส่วนรายงานจุดความร้อน (Hotspot) ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ณ วันที่ 27 ม.ค. 69 พบจุดความร้อนในพื้นที่ 57 จังหวัด รวม 501 จุด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่เกษตรกรรม โดยจังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดนครนายก (95 จุด) ร้อยเอ็ด (49 จุด) ชัยภูมิ (29 จุด) ลพบุรี (25 จุด) และน่าน (22 จุด)
ซึ่งถือว่าต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด กรม ปภ. จึงได้ประสานกำชับให้จังหวัดที่ได้รับผลกระทบเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่อากาศเย็นและแห้ง ส่งผลให้เกิดจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูง หากตรวจพบจุดความร้อนในพื้นที่ ให้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการระงับเหตุโดยเร็วที่สุด และเน้นย้ำให้ประชาสัมพันธ์เชิงรุกที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอายุผ่านทุกช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการใช้กลไกท้องถิ่นท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ "เคาะประตูบ้าน" เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพและแนวทางการปฏิบัติตนที่ถูกต้องหากสถานการณ์ฝุ่นมีปริมาณเพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรการการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ และข้อระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนในการงดกิจกรรมการเผา โดยเฉพาะในช่วงอากาศปิดเพื่อให้เกิดการระบายอากาศที่ดีขึ้น
ในส่วนของการติดตามแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดต่างๆ จากการรายงานของจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว นนทบุรี นครนายก และกรุงเทพมหานคร ทุกจังหวัดได้ดำเนินการป้องกันและควบคุมตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของจังหวัดในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการระงับเหตุหากมีไฟไหม้ป่าในพื้นที่ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครนายกซึ่งได้เกิดเหตุลักลอบเผาพื้นที่เกษตรเกิดไฟลามทุ่งทำให้มีปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้นและลอยพัดเข้ามาส่งผลกระทบในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง ทางจังหวัดนครนายกได้เพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมการเผาในพื้นที่ และสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น ท้องที่ทำความเข้าใจประชาชนให้งดการเผาในทุกพื้นที่ และจัดชุดลาดตระเวนป้องปรามระงับเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ลักลอบเผาและผู้กระทำผิด ขณะที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งวันนี้มีปริมาณฝุ่นหนาแน่นเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ จึงเพิ่มมาตรการเข้มข้นในการตรวจวัดจากแหล่งกำเนิดและจังหวัดข้างเคียง และมาตรการ Work from home ที่ช่วยลดฝุ่นจากแหล่งกำเนิดจากยานพาหนะได้ค่อนข้างมาก
“การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้เน้นย้ำทุกจังหวัดยกระดับความเข้มข้นในการดูแลพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูง และพื้นที่ที่มีการแจ้งเตือน Cell broadcast โดยให้บังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษอย่างเคร่งครัดต่อผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการงดการเผา พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบและปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยรณรงค์งดการเผาในพื้นที่เกษตรทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคม 2569 หากฝ่าฝืนจะโดนตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของรัฐ เป็นระยะเวลา 2 ปี ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังมลพิษข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดปริมาณการสะสมของฝุ่นละอองและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในทุกพื้นที่ และในส่วนของ ปภ. ได้สั่งการไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ให้พร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อสนับสนุนการลดความหนาแน่นของฝุ่นละอองในพื้นที่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนต่อสุขภาพของประชาชน” นายชัยรัตน์ฯ รองอธิบดี ปภ. กล่าว
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภัยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ที่ Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM X @DDPMNews Line @1784DDPM สามารถแจ้งและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
#ปภ #ฝุ่นPM25 #หมอกควัน #ไฟป่า #pm25 #งดเผา #คุณภาพอากาศ







