ข่าวคุณภาพชีวิต

"พลังเงียบของเด็ก" เปลี่ยนถนนให้ปลอดภัย รร.วัดมหาพฤฒาราม ใช้ศิลปะปลุกวัฒนธรรมความปลอดภัย

แชร์ข่าว

ท่ามกลางปัญหาอุบัติเหตุทางถนนที่ยังคงคร่าชีวิตคนไทยอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในพลังที่กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบงัน แต่ทรงพลัง คือ “เสียงของเด็ก” เสียงที่ไม่ตะโกน ไม่บังคับ แต่สื่อสารด้วยความจริงใจ ความเข้าใจ และความรัก

ดร.อุดม หงส์ชาติกุล ประธานเครือข่าย เป็นหูเป็นตาเพื่อสังคม กล่าวว่า การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในสังคมไทย จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการปลูกจิตสำนึกตั้งแต่วัยเยาว์ เครือข่ายเป็นหูเป็นตาเพื่อสังคม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับผู้บริหารเขตบางรัก เขตบางคอแหลม เขตสาทร และนายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน จังหวัดราชบุรี และภาคีความปลอดภัยทางถนน อาทิ กองบังคับการตำรวจจราจร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ และผู้ก่อการดีในพื้นที่ต่างๆ ได้ดำเนินงานร่วมกับโรงเรียนเครือข่าย “ผึ้งน้อยเป็นหูเป็นตา” จำนวน 16 โรงเรียน เพื่อขับเคลื่อนประเด็นความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง และทำให้เรื่องนี้เข้าสู่ชีวิตประจำวัน เพื่อให้น้องๆ นักเรียนมีความรู้และมีทักษะในการใช้ถนนอย่างปลอดภัย

การทำงานมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพครูแกนนำ นักเรียนแกนนำ และการสร้างครอบครัวอาสา ให้ร่วมกันเป็น ผู้สะกิดเตือนด้วยความรัก เพื่อให้ทุกคนตระหนักว่า ความปลอดภัยบนท้องถนนไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสังคม

หนึ่งในโรงเรียนเครือข่ายที่มีความเข้มแข็ง และดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง คือ โรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การนำของ นางสาวสุคนธา ลิ่มสกุล หัวหน้าฝ่ายการศึกษา สำนักงานเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยมี นางสาวณิชนันทน์ สุทธิวัฒน์สกุล ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม และ นางปรัชญา ตุ้มเพ็ชร ครูผู้รับผิดชอบกิจกรรม ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างจริงจัง

ทางโรงเรียนฯ ได้บูรณาการประเด็นความปลอดภัยเข้าสู่ชั้นเรียน เข้าสู่การเรียนการสอน และจัดกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้นักเรียนได้ซึมซับองค์ความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องป้ายจราจร การข้ามถนนอย่างปลอดภัย และการใช้รถใช้ถนนอย่างมีสติ

หนึ่งในกิจกรรมที่นับว่าทรงพลังอย่างยิ่ง คือ กิจกรรม “สะกิดเตือนด้วยความรัก” และการรณรงค์ผ่านผลงานศิลปะสร้างสรรค์ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เด็กนักเรียนได้สื่อสารความคิด ความห่วงใย และประสบการณ์จริง ผ่านภาษาที่ผู้ใหญ่รับฟังได้ง่าย โดยไม่ต้องออกคำสั่งหรือการบังคับใด ๆ

ความพิเศษของกิจกรรมนี้ คือการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ถ่ายทอดมุมมองจากชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นการซ้อนมอเตอร์ไซค์ การข้ามถนนหน้าโรงเรียน หรือการเห็นอุบัติเหตุรอบตัว สิ่งเหล่านี้ทำให้ “เสียงของเด็ก” กลายเป็นพลังที่กระตุ้นให้ผู้ใหญ่ฉุกคิด และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน

ภายในกิจกรรม เด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 74 คน ร่วมกันนำเสนอผลงานวาดภาพระบายสี พร้อมข้อความสะกิดใจในประเด็นสำคัญ อาทิ การสวมหมวกกันน็อก การข้ามทางม้าลาย และการลดความเร็วในการใช้รถใช้ถนน โดยมีมาสคอต “ผึ้งน้อยเป็นหูเป็นตา” สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุก เป็นกันเอง และเข้าถึงเด็กทุกวัย อีกทั้งย้ำเตือนเรื่องความปลอดภัยให้จดจำได้ง่าย และนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ผ่านกิจกรรมร้องเพลง “ผึ้งน้อยระวังหมดอายุ” ซึ่งสื่อสารสาระสำคัญเรื่อง “4 ระวัง” ได้แก่ ระวังทางแยก ระวังทางข้าม ระวังน็อก และระวังความเร็ว

นางสาวณิชนันทน์ สุทธิวัฒน์สกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม กล่าวว่า โรงเรียนเข้าร่วมเครือข่ายเป็นหูเป็นตาเพื่อสังคมมาเป็นระยะเวลา 2 ปี และนำกิจกรรมดังกล่าวมาบูรณาการเข้ากับการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระ เด็ก ๆ ได้ฝึกคิด วิเคราะห์ และสื่อสารผ่านงานศิลปะ เห็นพัฒนาการที่ชัดเจนทั้งด้านความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น พร้อมทั้งมีการจัดจุดแขวนหมวกกันน็อกภายในโรงเรียน เพื่ออำนวยความสะดวก และลดอุปสรรคในการสวมหมวกกันน็อกของผู้ปกครองและนักเรียน

ด้าน นางปรัชญา ตุ้มเพ็ชร (ครูเอ) ครูผู้รับผิดชอบกิจกรรม กล่าวว่า เด็กแกนนำสามารถนำความรู้ไปสะกิดเตือนเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง และผู้ปกครองได้จริง ทำให้ความปลอดภัยไม่ใช่เพียงบทเรียนในห้องเรียน แต่กลายเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับโรงเรียนเครือข่ายผึ้งน้อยเป็นหูเป็นตาทั้ง 16 โรงเรียน ล้วนมีแนวคิดและวิธีการใหม่ ๆ ในการส่งเสริมจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนนอย่างสร้างสรรค์และได้ผล โดยในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ทั้ง 16 โรงเรียนจะนำเสนอผลงานการสร้างสรรค์ และการขับเคลื่อนร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน ภายใต้กิจกรรมการประกวด Best Practice หน้าโรงเรียนปลอดภัย ผู้ที่สนใจสามารถติดตามกิจกรรมได้ทาง Facebook Page: #เป็นหูเป็นตาเพื่อสังคม https://www.facebook.com/penhoopentar/