26 มกราคม 2569 กรุงเทพฯ ที่สำนักสิ่งแวดล้อม ศาลาว่าการ กทม. ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่าภาพรวมสถานการณ์ฝุ่นในช่วงเดือนมกราคมจนถึงวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา มีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว จากข้อมูลการเปรียบเทียบสถิติวันที่ 1-24 มกราคม ระหว่างปี 2568 และปี 2569 พบว่าปีที่ผ่านมามีจำนวนวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน (สีส้ม) สูงถึง 18 วัน แต่ในปีนี้มีเพียง 7 วันเท่านั้น หากนับรวมถึงวันที่ 25 มกราคมด้วย สถิติปีที่แล้วจะอยู่ที่ 19 วัน ขณะที่ปีนี้ยังคงอยู่ที่ 7 วัน ซึ่งลดลงกว่าร้อยละ 60
นอกจากนี้ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ยังลดลงจาก 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปีที่แล้ว เหลือเพียง 35.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปีนี้ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และถือว่าลดลงถึงร้อยละ 29 โดยปัจจัยหลักมาจากการลดลงของจุดเผาภายในประเทศที่ลดลงถึงร้อยละ 43
ความสำเร็จในการลดจุดเผาดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในจังหวัดใกล้เคียง 6 จังหวัดที่อยู่ต้นลม ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดมาตลอด 3-4 เดือน อาทิ จังหวัดนครนายกที่จุดเผาลดลงจาก 185 จุด เหลือ 68 จุด หรือลดลงร้อยละ 63 จังหวัดปราจีนบุรีลดลงจาก 248 จุด เหลือ 181 จุด หรือลดลงร้อยละ 27 จังหวัดสระแก้วลดลงจาก 143 จุด เหลือ 78 จุด และจังหวัดชลบุรีลดลงจาก 366 จุด เหลือ 165 จุด ส่วนจังหวัดฉะเชิงเทราและปทุมธานีพบจุดเผาไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม แม้จุดเผาในประเทศจะคุมได้ดี แต่จุดเผาในประเทศเพื่อนบ้านยังคงมีปริมาณมาก ซึ่งเมื่อรวมกับอิทธิพลของลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงนี้ จะพัดพาฝุ่นละอองเข้ามาสะสมในกรุงเทพมหานครได้
สำหรับสถานการณ์ในช่วงสัปดาห์นี้ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ คาดการณ์ว่าอัตราการระบายอากาศยังไม่ดีนักและมีสภาพอากาศปิดในบางช่วง ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละออง โดยเฉพาะในวันนี้ที่พบพื้นที่สีส้มประมาณ 15 เขต ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอก แต่สถานการณ์ยังไม่รุนแรงถึงขั้นต้องประกาศให้ทำงานที่บ้าน (Work From Home) เนื่องจากดัชนีการระบายอากาศยังไม่ต่ำกว่า 2,000 ตารางเมตรต่อวินาที
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ทั้งการนำจุลินทรีย์ชนิดพิเศษไปฉีดพ่นประมาณ 1,000 ไร่ เพื่อช่วยเกษตรกรในจังหวัดนครนายก และพื้นที่ในจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อลดการเผา รวมถึงสนับสนุนเครื่องอัดฟางเพื่อให้นำฟางไปใช้ประโยชน์แทนการเผา ควบคู่ไปกับการตรวจควันดำและตรวจสอบไซต์ก่อสร้างทั้ง 50 เขตอย่างเข้มงวด
โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสผ่านระบบ Traffy Fondue ได้ทันที ทั้งนี้คาดว่าเมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ อิทธิพลของลมใต้ที่จะพัดมาแทนที่จะช่วยพัดพาฝุ่นสะสมออกไปและทำให้อากาศสะอาดขึ้น อย่างไรก็ตามขอให้พี่น้องประชาชนยังคงต้องระมัดระวังและร่วมมือกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นต่อไป เนื่องจากปัญหาฝุ่นมาจาก 3 ส่วนหลักคือ สภาพอากาศปิด การใช้รถยนต์ในเมือง และการเผาในที่โล่งรอบนอก ซึ่งหากคุมปัจจัยเหล่านี้ได้ก็จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น







