19 ม.ค.69 กรุงเทพฯ ที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวความคืบหน้าการแก้ไขและป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันใน กทม. โดยยอมรับว่าความโปร่งใสเป็นหนึ่งในสองเรื่องที่ประชาชนยังคงไม่พอใจ ตามผลสำรวจล่าสุด อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า กทม. ได้ดำเนินมาตรการอย่างจริงจังตั้งแต่เริ่มต้น และหัวใจสำคัญของการกำจัดผู้ทุจริตคือการร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก
นายชัชชาติ เปิดเผยว่า กทม. ได้ร่วมมือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ในการเข้าดำเนินการ เช่น การล่อซื้อ ซึ่งส่งผลให้มีการลงโทษไล่ข้าราชการออกไปแล้วถึง 28 ราย ทั้งนี้ แม้ว่าอำนาจของ กทม. ในการไล่เจ้าหน้าที่ออกโดยตรงจะทำได้ยาก เนื่องจากต้องเน้นความผิดทางวินัยเป็นหลัก แต่การอาศัยอำนาจของหน่วยงานอื่นมาช่วยแก้ไขปัญหาการทุจริตถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ
นอกจากมาตรการลงโทษแล้ว กทม. ยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นทางผ่านการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใส โดยมีการนำระบบขออนุญาตออนไลน์มาใช้ เช่น ระบบขออนุญาตก่อสร้างออนไลน์ ซึ่งทำให้กระบวนการลดลงอย่างมากจาก 45 วัน เหลือเพียง 14 วัน ระบบนี้ช่วยลดการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน ลดช่องทางในการเรียกรับเงินทอง และถูกออกแบบมาเพื่อลดโอกาสเกิดการทุจริตจากการขออนุญาต
ในด้านการเปิดเผยข้อมูล กทม. ได้เปิดเว็บไซต์ติดตามการทำงาน 2 แห่ง คือ Open Contract เพื่อติดตามการใช้งบประมาณและงบลงทุน และ Open Policy เพื่อติดตามความคืบหน้าของนโยบายต่างๆ ทำให้ประชาชนสามารถช่วยตรวจสอบได้ นอกจากนี้ กทม. ยังได้เข้าร่วมโครงการ Construction Sector Transparency Initiative (CoST) เพื่อเปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้าง โดยจำนวนโครงการที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 1-3 โครงการ เป็น 69 โครงการ นายชัชชาติเน้นย้ำว่า การเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้คือการป้องกันการทุจริตในระยะยาว และเป็นรากฐานสู่การทำงานที่โปร่งใสยิ่งขึ้น
ด้านการบริหารจัดการงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง กทม. ได้ลดโอกาสการทุจริตผ่านการประมูลที่สร้างการแข่งขัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ราคาการฝังกลบขยะลดลงจาก 600 บาท เหลือ 500 บาทต่อตัน และราคาถังดับเพลิงลดลงจากกว่า 1,000 บาท เหลือ 800 บาทต่อถัง ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้หลายร้อยล้านบาทต่อปี การลดการทุจริตในลักษณะนี้แม้จะไม่เห็นชัดเจนเท่ากับการไล่คนออก แต่ถือเป็นการลดการทุจริตอย่างจริงจัง
สำหรับการบริหารงานบุคคล นายชัชชาติกล่าวว่า ได้มุ่งเน้นการแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณภาพและความสามารถ โดยไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งเป็นต้นตอของการทุจริต และในอนาคต กทม. มีแผนพัฒนาแดชบอร์ดเพื่อติดตามกระบวนการตรวจสอบทางวินัย เนื่องจากปัจจุบันกระบวนการดังกล่าวอาจมีความล่าช้าอยู่บ้าง โดยย้ำว่าความสำเร็จของผู้บริหารขึ้นอยู่กับคุณภาพของทีมงานที่เลือก และการจัดการคอร์รัปชันถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและ Productivity ของเมือง







