12 ม.ค.69 กรุงเทพฯ - ที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือเพื่อควบคุมและบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 จากการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมร่วมกับจังหวัดนครนายก ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศอย่างธนาคาร ADB และ GIZ จากเยอรมนี โดยระบุว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดฝุ่นมาจาก 3 ส่วนหลัก คือ สภาพอากาศปิด การเผาชีวมวล และไอเสียจากรถยนต์ อย่างละ 1 ใน 3 ซึ่งปัจจุบันกรุงเทพมหานครสามารถควบคุมการเผานาข้าวได้ 100% ลดลงจากช่วงที่ตนเริ่มรับตำแหน่งที่เคยมีการเผากว่า 6,000 ไร่ จนปัจจุบันเหลือ 0 ไร่
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการเผาในพื้นที่รอบนอก 6 จังหวัดที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่ ปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว โดยเฉพาะจังหวัดนครนายกที่มีลักษณะนาข้าวเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและมีตอซังข้าวสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งยากต่อการกำจัดด้วยการอัดฟางและมีต้นทุนสูง จากการศึกษาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่าหากมีการเผาในพื้นที่อำเภอปากพลี ฝุ่นจะส่งผลกระทบถึงกรุงเทพฯ ภายใน 3 วันจนกลายเป็นพื้นที่สีแดง
ที่ผ่านมาจึงได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกอย่างใกล้ชิดเพื่อออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรแทนการห้ามเผาเพียงอย่างเดียว โดยมีการนำเทคโนโลยีจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังข้าวมาทดสอบในพื้นที่ 800 ไร่ ซึ่งใช้โดรนในการโปรยเพื่อให้ต้นซังนุ่มและไถกลบเป็นปุ๋ยได้ง่ายขึ้น
พร้อมกันนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก BOI ในการสนับสนุนอุปกรณ์กำจัดตอซัง และธนาคาร ADB ที่ช่วยจัดหาจุลินทรีย์เพื่อลดภาระต้นทุนให้เกษตรกร นอกจากนี้ยังมีการวางระบบประสานงานล่วงหน้า 5 วันก่อนเข้าสู่สภาวะอากาศปิดเพื่อให้ทางนครนายกกำกับดูแลพื้นที่อย่างเข้มข้น ซึ่งส่งผลให้จุดเผาลดลงอย่างมากและทำให้อากาศในกรุงเทพฯ ช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมดีขึ้นอย่างชัดเจน
นอกจากมาตรการภาคการเกษตรแล้ว ยังได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทยในการสั่งการควบคุมการเผาอย่างเข้มงวด รวมถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ปรับมาตรฐานควันดำให้เข้มข้นขึ้น ทำให้สามารถจับกุมรถควันดำได้มากขึ้นถึง 4 เท่า โดยเฉพาะช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ณ จุดตรวจบางชันเพียงแห่งเดียวสามารถจับรถบัสควันดำได้เกือบ 200 คัน
ขณะที่มาตรการ Work From Home ที่ประกาศใช้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดต้นตอฝุ่นจากการจราจรในช่วงที่อากาศปิด ไม่ใช่เพียงการให้ประชาชนหลบฝุ่นอยู่ในบ้านเท่านั้น ทั้งนี้ กทม. ยังมีแนวทางส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชทางเลือกที่ไม่ต้องเผาและมีมูลค่าสูง เช่น การปลูกแตงโมในพื้นที่หนองจอก เพื่อเป็นโมเดลการสร้างรายได้ระยะยาว โดยเชื่อว่าการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมและการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ซึ่งเห็นได้จากสถิติฝุ่นในเดือนมกราคมปีนี้ที่มีวันที่อากาศเกินมาตรฐาน (วิกฤต) เพียง 1 วัน เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่มีถึง 22 วัน ต้องติดตามสถานการณ์ในเดือนมกราคมต่อไป เนื่องจากเป็นเดือนที่มักจะมีค่าฝุ่นสูงสุด








