9 ม.ค.69 กรุงเทพฯ - ที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 โดยระบุว่าในช่วงสัปดาห์หน้าจะเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากพยากรณ์สภาพอากาศพบว่าจะมีสภาวะอากาศปิดหรือ "ฝาชีครอบ" ซึ่งการระบายอากาศจะอยู่ในระดับต่ำมากตั้งแต่วันที่ 10-17 มกราคม 2569
โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 12-15 มกราคมนี้ อัตราการระบายอากาศจะลดลงต่ำกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งในวันที่ 12 อาจเหลือเพียง 912 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และบางช่วงอาจลดต่ำลงถึง 600-750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ฝุ่นละอองเกิดการสะสมตัวได้ง่าย ด้วยเหตุนี้ กรุงเทพมหานครจึงขอความร่วมมือไปยังเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 300 ราย ซึ่งมีจำนวนพนักงานรวมประมาณ 200,000 กว่าคน รวมถึงประชาชนทั่วไปที่สามารถทำงานที่บ้านได้ ให้ร่วมกันปฏิบัติงานในรูปแบบ Work From Home (WFH) ในวันจันทร์ที่ 12 และวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เป็นเวลา 2 วัน เพื่อลดปริมาณการจราจรบนท้องถนนอันเป็นต้นเหตุสำคัญของการปล่อยฝุ่นจากท่อไอเสียรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลและการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์
สำหรับมาตรการดังกล่าวเป็นการขอความร่วมมือโดยไม่ได้บังคับ ซึ่งในส่วนของหน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานครเอง หากส่วนงานใดที่ไม่ได้มีหน้าที่ให้บริการประชาชนแบบตัวต่อตัว ก็ได้สั่งการให้เริ่มทำการ Work From Home ทั้ง 2 วันนี้เช่นกัน ทั้งนี้จากสถิติที่ผ่านมาพบว่า การขอความร่วมมือ WFH เมื่อวันที่ 4 ของเดือนที่ผ่านมา สามารถลดปริมาณการจราจรลงได้ถึง 8% ซึ่งช่วยให้การจราจรลื่นไหลและลดการสะสมของฝุ่นได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ นายชัชชาติยังเน้นย้ำว่าปัจจัยที่ทำให้ฝุ่นสูงขึ้นมาจาก 3 ส่วนหลัก คือสภาพอากาศปิด การเผาชีวมวล และการเผาไหม้จากเครื่องยนต์ ซึ่งอากาศปิดเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้แต่สามารถควบคุมอีก 2 ปัจจัยที่เหลือได้ การร่วมมือกันลดการใช้รถยนต์ในช่วงวันที่ 12-13 มกราคมนี้ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้สถานการณ์ฝุ่นไม่ขยับขึ้นไปถึงระดับสีแดงที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ได้ผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK เพื่อเตรียมความพร้อมและดูแลสุขภาพในช่วงวันดังกล่าว







