วันที่ 4 มกราคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เปิดเผยข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 4 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ห้าของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 191 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 188 คน และผู้เสียชีวิต 27 ราย
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือการขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 33.51 ตามด้วยการตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 22.51 ซึ่งยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 72.62 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรงร้อยละ 84.82
โดยเกิดเหตุบนถนนกรมทางหลวงมากที่สุดร้อยละ 40.84 และถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 31.41 สำหรับช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วง 09.01 - 12.00 น., 12.01 – 15.00 น. และ 18.01 – 21.00 น. คิดเป็นร้อยละ 16.75 ขณะที่กลุ่มผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 20 - 29 ปี ร้อยละ 16.28 โดยจังหวัดลำปางเป็นพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บสูงสุด (10 ครั้ง/10 คน) ส่วนกรุงเทพมหานครมีผู้เสียชีวิตสูงสุดในวันดังกล่าวจำนวน 3 ราย
สำหรับภาพรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วันของการรณรงค์ ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึง 3 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 1,185 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บสะสมรวม 1,141 คน และผู้เสียชีวิตสะสมรวม 207 ราย โดยจังหวัดภูเก็ตมีอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 47 ครั้ง และผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด 51 คน ขณะที่กรุงเทพมหานครมียอดผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดที่ 18 ราย
อย่างไรก็ตาม ยังมีจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเลยรวม 9 จังหวัด ทั้งนี้ ในวันที่ 4 มกราคม คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครและพื้นที่เศรษฐกิจ ศปถ. จึงได้เน้นย้ำให้ทุกระดับดำเนินงานอย่างเข้มข้น ทั้งการจัดตั้งด่านตรวจ จุดสกัด และจุดบริการ เพื่อบริหารจัดการจราจรและบังคับใช้กฎหมายตาม “มาตรการ 10 ข้อหาหลัก” อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงอย่างการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และอาการง่วงนอน พร้อมกำชับให้สำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถอย่างละเอียด โดยเฉพาะรถที่วิ่งต่อเนื่องต้องผ่านจุดตรวจ Check Point และจัดเตรียมรถให้เพียงพอเพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง
ในส่วนการสนับสนุนด้านการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมหน่วยปฏิบัติการแพทย์ทั่วประเทศ 10,723 แห่ง พร้อมนำระบบ NDEMS (National Digital Emergency Medical Services) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1669 ที่สามารถระบุพิกัดและทำ Video Call ให้คำแนะนำปฐมพยาบาลได้ทันที
โดยข้อมูล ณ วันที่ 3 มกราคม 2569 มีการรับแจ้งเหตุอุบัติเหตุจราจรแล้วกว่า 8,500 สาย นอกจากนี้ยังได้บังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด โดยตรวจพบความผิดจากการออกตรวจสะสม 25,070 ราย จำนวน 1,543 ราย และจากการประเมินอาการมึนเมาสุราในชุมชน 394,566 ราย พบผู้มีอาการมึนเมา 11,917 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 3.02
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงข้อควรระวังเรื่องสภาพอากาศที่อาจมีฝนฟ้าคะนองในภาคใต้ตอนล่าง และสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงที่อาจส่งผลให้มีน้ำท่วมผิวจราจรบริเวณถนนพระราม 2 ขาเข้ากรุงเทพฯ จึงขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง หากมีอาการเหนื่อยล้าหรือง่วงนอนควรแวะพักที่จุดบริการประชาชนทันที ทั้งนี้หากประสบเหตุหรือพบเห็นอุบัติเหตุสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน 1784 หรือ Line ID @1784DDPM ตลอด 24 ชั่วโมง







