ข่าวคุณภาพชีวิต

ปภ.เผยสถานการณ์น้ำท่วมใต้ 9 จังหวัดเริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยกว่า 1.1 ล้านครัวเรือน

แชร์ข่าว

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ประจำวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. ระบุภาพรวมสถานการณ์ใน 9 จังหวัดเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นตามลำดับ โดยระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งบูรณาการความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยข้อมูลล่าสุด ณ เวลา 06.00 น. ของวันเดียวกันว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 จังหวัด ประกอบด้วย สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ครอบคลุมพื้นที่รวม 89 อำเภอ 595 ตำบล 4,227 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวน 1,162,551 ครัวเรือน หรือกว่า 2,963,894 คน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทุกจังหวัดระดับน้ำกำลังลดลง

สำหรับรายละเอียดสถานการณ์รายจังหวัด พบว่าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังคงมีน้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ กาญจนดิษฐ์ เคียนซา พระแสง เมืองฯ บ้านนาสาร และพุนพิน รวม 35 ตำบล 239 หมู่บ้าน มีผู้ได้รับผลกระทบ 15,254 ครัวเรือน ทางด้านจังหวัดนครศรีธรรมราช สถานการณ์ครอบคลุม 20 อำเภอ ได้แก่ ชะอวด เมืองฯ ท่าศาลา พรหมคีรี ร่อนพิบูลย์ นาบอน ฉวาง ทุ่งสง เฉลิมพระเกียรติ หัวไทร ลานสกา บางขัน พระพรหม ช้างกลาง ปากพนัง จุฬาภรณ์ ทุ่งใหญ่ พิปูน เชียรใหญ่ และถ้ำพรรณรา รวม 148 ตำบล 1,335 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อน 233,787 ครัวเรือน ขณะที่จังหวัดตรัง มีพื้นที่ประสบภัย 9 อำเภอ คือ นาโยง ห้วยยอด รัษฎา ย่านตาขาว วังวิเศษ กันตัง เมืองฯ สิเภา และปะเหลียน รวม 64 ตำบล 440 หมู่บ้าน กระทบ 16,344 ครัวเรือน ส่วนจังหวัดพัทลุง ยังมีสถานการณ์ใน 6 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ ควนขนุน เขาชัยสน บางแก้ว ปากพะยูน และป่าบอน รวม 14 ตำบล 33 หมู่บ้าน กระทบ 152 ครัวเรือน

ในส่วนของจังหวัดสตูล ยังคงมีสถานการณ์ใน 6 อำเภอ ได้แก่ ควนโดน ละงู ท่าแพ ควนกาหลง เมืองฯ และทุ่งหว้า รวม 29 ตำบล 212 หมู่บ้าน ผู้ได้รับผลกระทบ 29,146 ครัวเรือน สำหรับจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้ได้รับผลกระทบสูงสุด ยังมีน้ำท่วมใน 16 อำเภอ ได้แก่ รัตภูมิ เมืองฯ จะนะ คลองหอยโข่ง ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ หาดใหญ่ ควนเนียง นาทวี สิงหนคร นาหม่อม บางกล่ำ สะเดา เทพา และสะบ้าย้อย รวม 127 ตำบล 992 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบถึง 633,105 ครัวเรือน

ทางด้านจังหวัดปัตตานี มีสถานการณ์ใน 12 อำเภอ คือ สายบุรี แม่ลาน โคกโพธิ์ มายอ ยะรัง ไม้แก่น ยะหริ่ง ปะนาเระ ทุ่งยางแดง กะพ้อ หนองจิก และเมืองฯ รวม 115 ตำบล 648 หมู่บ้าน กระทบ 192,503 ครัวเรือน จังหวัดยะลา ยังคงมีสถานการณ์ใน 3 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ รามัน และยะหา รวม 5 ตำบล 8 หมู่บ้าน กระทบ 1,436 ครัวเรือน และสุดท้ายจังหวัดนราธิวาส ยังมีสถานการณ์ใน 11 อำเภอ ได้แก่ ยี่งอ เมืองฯ ระแงะ ตากใบ สุไหงปาดี ศรีสาคร รือเสาะ สุไหงโก-ลก เจาะไอร้อง สุคิริน และจะแนะ รวม 58 ตำบล 320 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 40,824 ครัวเรือน

ทั้งนี้ แม้สถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างเข้มข้น เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยมีการเร่งแจกจ่ายถุงยังชีพ อาหารกล่อง น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของพระราชทานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าฟื้นฟูพื้นที่ ทั้งการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ การติดตั้งสะพานชั่วคราวเพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจร รวมถึงการใช้เรือท้องแบน รถยกสูง และเฮลิคอปเตอร์ ในการขนย้ายและเข้าถึงผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมทุกมิติ

ข่าวแนะนำ