ประชาคมแพทย์ รวบรวม 10,000 รายชื่อเสนอร่างพ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.. ฉบับใหม่ เพิ่มสิทธิให้แพทย์กว่า 8 หมื่นคน เลือกนายกแพทยสภาได้โดยตรง และยื่นเรื่องถอดถอนนายกแพทยสภาได้
นพ.ชาติชัย อติชาติ กลุ่มประชาคมแพทย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางกลุ่มอยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อเสนอร่าง “กฎหมายแพทยสภา” ฉบับใหม่ โดยต้องใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 133 รวบรวมรายชื่อ 10,000 คน เสนอร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ..ฉบับใหม่ เพื่อเพิ่มสิทธิให้สมาชิกแพทยสภากว่า 8 หมื่นคนสามารถเลือกนายกแพทยสภาได้โดยตรง และยื่นเรื่องถอดถอนนายกแพทยสภาได้ โดยร่างพ.ร.บ.แพทยสภา เป็นรวมตัวกันของกลุ่มแพทย์ในชื่อ สมัชชาแพทย์ปฏิรูป
ด้านเพจเฟซบุ๊ก ประชาคมโพสต์ข้อความระบุว่า...
1.การเลือกตั้ง นายกแพทยสภา ได้โดยตรง ทุกเสียงในการลงคะแนนเลือกตั้ง จึงมีความหมายมากขึ้น จากเดิมลงคะแนนไปแล้ว ก็ต้องให้ บุคคลคณะหนึ่ง มาเลือกอยู่ดี แต่ร่างกฎหมายใหม่ จะกำหนดให้แพทย์จำนวน 50 คน สามารถรวมกันเข้ายื่นเรื่องถอดถอน กรรมการแพทยสภา หรือ นายกแพทยสภาได้ โดยต้องมีหลักฐานชัดเจน อ้างมาตราชัดเจน ก่อนเข้าสู่กระบวนการ โดยการถอดถอน คือ ใช้เสียง 3 ใน 4 ขึ้นไป ของกรรมการทั้งคณะ
2. แพทย์รวมตัวกัน 50 คน มีความเห็นเสนอในกิจการต่างๆ ต่อแพทยสภาต้องได้รับการตอบกลับไม่เกิน 60 วัน จากเดิมไม่กำหนดชัดเจน
3. เสนอชื่อผู้สมควรเป็นประธานอนุกรรมการการเลือกตั้ง (ร่วมกัน100+คน)
นอกจากนี้ ประชาคมแพทย์ ยังเผยสถิติ จำนวนแพทย์ ล่าสุด ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2568 จาก website แพทยสภาจำนวนแพทยทั้งหมด 81,541 จำนวนแพทย์ที่มีใบอนุญาตและยังมีชีวิตอยู่ 77,788 ติดต่อได้ 75,386 คน โดยแบ่งตามอายุ ดังนี้
อายุ 24 - 30 ปี 17,272 คน
อายุ 31 - 40 ปี 24,394 คน
อายุ 41 - 50 ปี 14,965 คน
อายุ 51 - 60 ปี 8,109 คน
อายุ 61 - 70 ปี 5,811 คน
อายุ 70 ปี UP 4,835 คน
สมัชชาแพทย์ปฏิรูป เพื่อ อนาคตแพทย์ไทย เพื่ออนาคตประเทศไทย ชวนประชาชนร่วมสนับสนุนร่างกฎหมายได้ที่ https://reform-tmc.org/submit-a-bill
และComment มาตรานี้ในลิงค์นี้นะครับ https://forms.gle/uEL3SskgcvghnrqX7
นอกจากนี้ ยังโพสต์อธิบายภายหลังมีคนตั้งคำถามว่า ถ้าได้นายกแพทยสภาโดยเลือกตั้งโดยตรงจะป้องกันปัญหาประชานิยมอย่างไร โดยระบุว่า...
หนึ่งในหลักการสำคัญของการปฏิรูปแพทยสภา คือการกำหนดให้ นายกแพทยสภามาจากการเลือกตั้งโดยตรง โดยแพทย์ทั่วประเทศมีสิทธิ์ออกเสียงเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุดมาทำหน้าที่ผู้นำองค์กรสูงสุดด้านวิชาชีพแพทย์ไทย นี่คือความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่ทำให้ตำแหน่งนายกแพทยสภามีความชอบธรรมอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งโดยตรงก็มีพลวัตทางการเมืองของมันเอง—ผู้ชนะอาจได้คะแนนสูงสุด แต่ไม่ได้มีฐานเสียงที่กว้างขวางจริง หากใช้ นโยบายประชานิยม หรือมาตรการที่เอื้อประโยชน์แก่บางกลุ่ม ก็อาจชนะการเลือกตั้งแบบ เฉียดฉิว โดยไม่ได้มีฉันทามติจากแพทย์ส่วนใหญ่ทั้งหมด เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งแล้ว หากใช้อำนาจโดยไม่โปร่งใส ก็จะกลายเป็นความเสี่ยงต่อองค์กรและสังคม
นี่คือเหตุผลที่ กลไกถอดถอน (Abberufung) ด้วยเสียงสามในสี่ (supermajority) ต้องถูกกำหนดควบคู่ไปกับระบบเลือกตั้งโดยตรง
Abberufung (อ่านว่า อัพ-เบ-รู-ฟุง แปลว่าถอดถอนก่อนครบวาระ) เป็นระบบที่สมัชชาแพทย์ หรือ Deutscher Ärztetag (DÄT) อ่านว่า ดอย-เชอร์ แอร์ซ-เท-ทาค ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุด ของแพทย์ในเยอรมนี ใช้ถอดถอนผู้บริหารระดับสูงของแพทย์
สมัชชาแพทย์ปฏิรูปใช้แนวคิดนี้ในประเทศไทย โดยมีที่มาว่า ถ้านายกแพทยสภามีฐานเสียงมั่นคงจริง และมีทีมสนับสนุนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจากกรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง ก็แทบจะไม่สามารถถูกโค่นได้ เพราะฝ่ายตรงข้ามจะรวมเสียงไม่ถึง 3 ใน 4 อยู่แล้ว
แต่ถ้า นายกแพทยสภาชนะมาอย่างเฉียดฉิว และใช้นโยบายเอื้อประโยชน์หรือบริหารไม่โปร่งใส โอกาสที่จะถูกรวมเสียงคว่ำโดย supermajority ก็จะมีสูงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สมควรเกิดขึ้นเพื่อปกป้ององค์กร ถือเป็นการเช็ค Balance ด้วย กรรมการโดยตำแหน่งซึ่งส่วนมากจะมีคณบดี คณะแพทย์ ซึ่ง ในนามของสถาบัน มักจะมี Integrity ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว เมื่อรวมกับผู้บริหารแพทย์ ระดับสูงของรัฐ ในส่วนนี้มีจำนวนถึงครึ่งหนึ่ง การรวบรวมเสียงอีก ประมาณครึ่งหนึ่งของกรรมการจากการเลือกตั้งจึงไม่ง่ายนักแต่ก็ไม่ยากเกินไป
ด้วยเหตุนี้ การเลือกตั้งโดยตรง + กลไกถอดถอนแบบ supermajority จึงทำงานร่วมกันอย่างสมดุล: ฝั่งหนึ่ง สร้างความมั่นคงและชอบธรรม ให้ผู้นำที่มาจากประชามติแพทย์ อีกฝั่งหนึ่ง เป็นหลักประกันความโปร่งใสและความรับผิดชอบ ต่อสังคมและสมาชิก
นี่ไม่ใช่การทำให้ตำแหน่งอ่อนแอ แต่คือการออกแบบระบบใหม่ที่ทำให้ ผู้ที่ได้รับเลือกจริง ๆ จะมั่นคง และ ผู้ที่ชนะโดยไม่โปร่งใสจะถูกตรวจสอบได้
สมัชชาแพทย์ปฏิรูป ได้เสนอ ในกฎหมายใหม่ของแพทยสภา ให้
1. การเลือกตั้งนายกแพทยสภาโดยตรง เป็นสิทธิของสมาชิก ตามมาตรา 12 (3) ใหม่
2. กลไกการถอดถอนด้วยมติสามในสี่ (supermajority) ของกรรมการแพทยสภาทางคณะ ตามมาตรา21(4) เมื่อพิจารณาตามกระบวนการ หลังจากที่ สมาชิก รวมกัน 50 คนขึ้นไป ใช้สิทธิ์ ยื่นเรื่องถอดถอนตามมาตรา 12 (2)
เพื่อสร้างสมดุลแห่งอำนาจใหม่ที่โปร่งใส มั่นคง และยั่งยืนสำหรับวิชาชีพแพทย์ไทย
อ่านร่างกฎหมาย ฉบับใหม่ที่ https://online.fliphtml5.com/oazdd/zcxx/
#ประชาคมแพทย์ #แพทยสภา #ร่างพรบแพทย์ #แพทย์ไทย #ข่าวสุขภาพ #วงการแพทย์ #สยามรัฐออนไลน์








