วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยผลสำเร็จโครงการนำร่องในกลุ่มตัวอย่าง 300 คน พบสุขภาพดีขึ้นชัดเจน เตรียมขยายผล พร้อมเดินหน้าคลินิกผู้สูงอายุ การอบรม Caregiver และการแจกผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้ครอบคลุมทุกบ้าน โดย กทม.เตรียมความพร้อมรับมือสังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ นำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ หลังพบข้อมูลน่ากังวลจากโครงการตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคน
นางสาวทวิดา กล่าวถึงแนวทางการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพฯ จากโครงการตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคน พบว่ามีผู้สูงอายุเข้ารับการตรวจมากถึง 52% และในจำนวนนี้เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีถึง 30% โดยผลการตรวจสุขภาพชี้ชัดว่า ส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และอัมพฤกษ์-อัมพาต
ด้วยเหตุนี้ กทม. จึงได้ริเริ่มโครงการนำร่องเพื่อติดตามและส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงวัย โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกาย กับกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุ 60-69 ปี จำนวน 300 คน ในเขตทวีวัฒนา ภายใต้การดูแลของศูนย์บริการสาธารณสุข 67 ทวีวัฒนา สำนักอนามัย
โครงการดังกล่าวเป็นโปรแกรมการเดิน 16 สัปดาห์ โดยให้ผู้สูงอายุสวมใส่นาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch) เพื่อนับก้าวเดิน ตั้งเป้าหมายวันละ 7,000 ก้าวขึ้นไป พร้อมสร้างกลุ่มพูดคุยผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และมีการติดตามจำนวนก้าวผ่านแพลตฟอร์ม "ไทยสุข"
"ผลการทดสอบพบว่าโครงการได้ผลดีมาก ผู้สูงอายุในกลุ่มตัวอย่างมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การใช้เทคโนโลยีอย่างสมาร์ทวอทช์และแอปพลิเคชันต่างๆ ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถตรวจสอบตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยสร้างแรงจูงใจผ่านการตั้งเป้าหมายและการสนับสนุนทางสังคม ซึ่งนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและลดความเสี่ยงต่อโรค NCDs ได้จริง" นางสาวทวิดา กล่าว
จากความสำเร็จดังกล่าว กทม. จึงมีแผนที่จะขยายผลโครงการนี้ให้กว้างขวางขึ้น แต่ยังต้องพิจารณาในด้านระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์เทคโนโลยีเพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง
นอกจากการใช้เทคโนโลยีส่งเสริมการออกกำลังกายแล้ว รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า กทม. ยังได้ดำเนินนโยบายอื่นๆ เพื่อดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจร ได้แก่
1.คลินิกผู้สูงอายุ: เปิดให้บริการแล้วในศูนย์บริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ทุกแห่ง และมีแผนที่จะนำข้อมูลสุขภาพมาวิเคราะห์เพื่อจัดกิจกรรมรณรงค์สุขภาพที่จำเพาะเจาะจงกับแต่ละกลุ่มมากขึ้น โดยจะเริ่มดำเนินการ (Kick-off) ในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะเริ่มในเดือนตุลาคม 2568 ทั้งนี้ โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนได้เป็นต้นแบบในการเปิดคลินิกดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร ทั้งด้านกายภาพบำบัด โรคเบาหวาน ความดัน และการจัดกิจกรรมฝึกสมองจากวิทยากรของศูนย์ฝึกอาชีพ
2.การสร้างบุคลากรดูแลผู้สูงอายุ: เปิดคอร์สอบรม "ผู้ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้สูงอายุ" (Caregiver) เพื่อรองรับการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน (Home Ward)
3.การแจกผ้าอ้อมผู้ใหญ่: ปัจจุบัน กทม. ได้แจกผ้าอ้อมให้แก่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงไปแล้วกว่า 20,000 ราย แต่ส่วนใหญ่ยังจำกัดอยู่ในชุมชนที่จัดตั้งโดย กทม. ดังนั้น จึงตั้งเป้าหมายว่าภายในสิ้นปีนี้ จะวางระบบเพื่อให้สามารถแจกจ่ายผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้ครอบคลุมทุกครัวเรือนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม แฟลต บ้านเดี่ยว หรือทาวน์เฮาส์ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มนอกชุมชนจัดตั้งยังเข้าถึงบริการนี้เพียง 10%
"หากพูดว่านโยบายใดนโยบายหนึ่งถูกวางขึ้นมาเพื่อดูแลผู้สูงอายุ คงจะไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะในทุกนโยบายจะถูกร้อยเรียงเข้าหากัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้ครอบคลุมทั้งด้านกายภาพ สุขภาพ และอาชีพ" รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว








