วันที่ 20 พ.ค.69 ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง เจ้าของแฟนเพจ "หมอแล็บแพนด้า" โพสต์ข้อความระบุว่า ...
มาครับ! ผมขอเวลา 1 นาทีอันมีค่าของทุกคน มาคุยกันเรื่อง“ไวรัสตับอักเสบบี" (Hepatitis B Virus หรือ HBV) ได้มั้ยครับ มันมาได้ยังไง แล้วควรทำยังไงกับมันดี
ลองนึกภาพตามว่า ร่างกายเราเป็นประเทศประเทศนึง ที่มีด่านตรวจเข้มงวด ผิวหนังปกติของเราคือ กำแพงเมืองชั้นดี (ที่ไม่ใช่ลวดหนามหีบเพลงนะ 5555) ซึ่งไวรัสตับอักเสบบีมันจะไม่มีวันเจาะผ่านร่างกายเราได้ด้วยการ เดินสวนกัน จับมือกัน หรือกินข้าวร่วมกัน
แต่ไอ้ไวรัสตับอักเสบบีมันเข้ามาตามช่องโหว่ ใช้ช่องทางธรรมชาติ สามช่องทางหลักๆนี้ครับ
1-- เข้ามาทางเลือด เข็มฉีดยาร่วมกัน เข็มสักที่ไม่สะอาด หรือแม้แต่ของมีคมร่วมกันอย่างมีดโกนหนวด แปรงสีฟัน แปรงๆไปเข้าตามเยื่อบุที่ถลอกได้ บางคนแปรงจนเลือดออกก็มี
2-- ทางเพศสัมพันธ์ น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด ถ้าไม่ใส่ถุงยางอนามัย
3-- จากแม่สู่ลูก เกิดมาก็ติดเชื้อเลย เพราะแม่ส่งต่อไวรัสให้ตอนคลอด
พอเข้าช่องทางเหล่านี้ปุ๊บ มันก็ไปตามกระแสเลือด ล่องไปโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย นั่นคือ "ตับ"ของเรานั่นเอง แล้วมันก็เข้าไปอยู่ในเซลล์ตับ
จากนั้นมันจะเริ่มกระบวนการ แฝงตัวและก๊อปปี้ (Infection & Replication)
เซลล์ตับก็เหมือนโรงงานผลิตสารสำคัญของร่างกาย ไวรัสบีมันจะเดินดุ่มๆ เข้าไปในโรงงาน แล้วเอาพิมพ์เขียว หรือ DNA ของมัน ไปสอดไส้ไว้ในแกนสมองของเซลล์ตับ (Nucleus) จากนั้นมันจะสั่งให้เครื่องจักรของเซลล์ตับว่า เห้ย! หยุดทำงานให้ร่างกายแกซะ แล้วมาปั๊มลูกหลานให้ข้าเดี๋ยวนี้!” เซลล์ตับก็เบลอครับ ปั๊มไวรัสตัวใหม่ออกมาเป็นล้านๆ ตัว
ไวรัสที่เพิ่มจำนวนมหาศาล ไม่ได้ทำให้ตับพังโดยตรงครับ แต่เป็นเพราะ "ระบบภูมิคุ้มกัน" (เม็ดเลือดขาว) ของเราเดินมาตรวจโรงงานแล้วร้อง ว้ายยยยย โรงงานนี้มีผู้ผู้ก่อการร้ายยึดแล้วนี่หว่า เม็ดเลือดขาวก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง สั่งระเบิดปูพรมถล่มเซลล์ตับติดเชื้อทันที
ถ้าถล่มรอบเดียวชนะ ก็แปลว่าตับอักเสบเฉียบพลัน อาจจะตัวเหลือง ตาเหลือง แล้วก็หาย และมีภูมิ ซึ่งก็คือ Anti-HBs นั่นแหละ ลองดูในใบตรวจสุขภาพดู
แต่ถ้าเม็ดเลือดขาวฆ่าไวรัสไม่หมด สงครามนี้จะยืดเยื้อ หรือตับอักเสบเรื้อรังนั่นเอง ยิงกันตู้มต้ามไม่หยุดหย่อนเป็นสิบๆ ปี
สุดท้ายแผลเป็นถมเมือง กลายเป็นตับแข็ง (Fibrosis to Cirrhosis)
นึกภาพเนื้อตับโดนระเบิดลงทุกวัน ร่างกายก็พยายามเอาปูนปลาสเตอร์ไปแปะซ่อมแซม ปูนปลาสเตอร์ที่ว่าก็คือ พังผืด (Fibrosis) ยิ่งซ่อมบ่อยๆ เนื้อตับนุ่มๆ นิ่มๆ ก็จะกลายเป็นพังผืดหนาเตอะ แข็งเป๊ก จนเลือดไหลผ่านไม่ได้ ท่อน้ำดีตัน ทำให้เรากลายเป็น "โรคตับแข็ง"
ในช่วงที่เกิดสงครามยืดเยื้อและการซ่อมแซมเซลล์วนไปเป็นล้านๆ รอบเนี่ย DNA ของเซลล์ตับมันจะเกิดอาการ เอ๋อ หรือกลายพันธุ์ (Mutation) แถมไอ้เศษ DNA ของไวรัสบีมันยังชอบเข้าไปแทรกแซงให้ยีนควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ตับเพี้ยนไป จากเซลล์ตับดีๆ เลยกลายร่างเป็น "เซลล์มะเร็ง"
วิธีการป้องกัน:
อ่านแล้วอย่าเพิ่งจิตตกไปครับ ข่าวดีคือเราบล็อกมันได้ตั้งแต่หน้าประตูบ้าน ด้วยคาถาง่ายๆ ตามนี้
1-- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสบี กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้พร้อมบวก มารอดักหน้าด่านตรวจ พอไวรัสโผล่มาปุ๊บ ภูมิคุ้มกันจัดการทันที
2--ใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ช่วยกันได้ทั้งไวรัสบี ไวรัสซี และ HIV
3-- ไม่ใช้ของมีคมร่วมกัน รวมถึงเข็มสัก ร้านสักต้องได้มาตรฐาน มีดโกนหนวด กรรไกรตัดเล็บ แปรงสีฟัน ของใครของมันครับ รักกันแค่ไหนก็ไม่ต้องแชร์
4-- ไปเจาะเลือดดูสักหน่อยครับว่าเรามีเชื้อมั้ย หรือมีภูมิมั้ย จะได้วางแผนชีวิตถูก
เพราะฉะนั้น ไปตรวจเลือดและฉีดวัคซีนกันเถอะครับ ตับเรามีอันเดียว เปลี่ยนใหม่ง่ายๆ ซะที่ไหน ด้วยความปรารถนาดีนะครับ
#ไวรัสตับอักเสบบี #HepatitisB #หมอแล็บแพนด้า #สุขภาพตับ #วัคซีนป้องกันHBV #ตรวจเลือด #ป้องกันโรค #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








