มศว เตรียมจัดประชุม ICCGC-WFB 2026 เปิดเวทีนานาชาติด้านศาสนา การศึกษา และภาคประชาสังคม ร่วมรับมือยุค Polycrisis พร้อมผลักดันแนวคิด “Planetary Citizenship” พัฒนาพลเมืองโลกที่มีจริยธรรม รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
วันที่ 11 ส.ค.69 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จัดการประชุม ICCGC-WFB 2026 ภายใต้ความร่วมมือของ Won Buddhism และ World Fellowship of Buddhists (WFB) เพื่อสร้างเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติด้านศาสนา การศึกษา ภาคประชาสังคมและองค์กรระหว่างประเทศ ในการร่วมกันตอบสนองต่อ “ยุค Polycrisis” หรือยุคแห่งวิกฤตซ้อนวิกฤต ซึ่งประกอบด้วยปัญหาสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เชื่อมโยงและส่งผลกระทบต่อกันทั่วโลก ในหัวข้อหลัก “Global Spirituality and Higher Education in the Polycrisis : Cultivating Minds and Ethical Practice for Planetary Citizenship” ระหว่างวันที่ 18–21 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร กรุงเทพมหานคร
ศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า “การประชุม ไอซีซีจีซี ( ICCGC-WFB 2026) นี้เราให้ความสำคัญกับผลกระทบของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านโอกาสและความเสี่ยง เช่น ข่าวปลอม ความเกลียดชังออนไลน์ อคติของอัลกอริทึม และ Deepfake จึงเน้นการสร้าง Digital Global Citizenshipหรือพลเมืองดิจิทัลที่มีจริยธรรม มีวิจารณญาณ และตระหนักถึงสิทธิมนุษยชน โดยสาระสำคัญของการประชุม คือการแก้ไขปัญหาระดับโลกในปัจจุบันไม่สามารถพึ่งพาเพียงนโยบายหรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่จำเป็นต้องพัฒนาจิตสำนึกทางจริยธรรม ความรับผิดชอบต่อสังคมและความเป็น ‘พลเมืองโลก’ ( Planetary Citizenship ) ผ่านบทบาทของการศึกษา ศาสนาและความร่วมมือระหว่างประเทศ”
ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ รองอธิการบดีส่วนวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มศว กล่าวเพิ่มเติมว่า “มศว เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ไอซีซีจีซี ครั้งแรกและเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกและแห่งเดียว เพราะเราตระหนักถึงบทบาทการเป็นสถาบันการศึกษาที่จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนสังคมโลกและสร้างพลเมืองโลกที่มีจิตสำนึกต่อสังคมในด้านต่างๆ ไม่เพียงการมีความรู้แต่ความรู้นี้ต้องควบคู่กับความผันแปรของโลกในยุคปัจจุบัน ซึ่งพบว่ามีหลายประเด็นที่เป็นปัญหาของโลกเรา บางปัญหาเปราะบาง รุนแรง ขัดแย้ง เหลื่อมล้ำ และในฐานะนักกฎหมายสตรี เรื่องของสตรีก็มีหลายสิ่งที่น่าสะท้อน อาทิ “Women’s Voices in a Polycrisis: Narrative, Spirituality, and the Ethics of Hope” เวทีที่จะนำเสนอเสียงและประสบการณ์ของผู้หญิงในการเผชิญกับวิกฤตโลก ผ่านมิติของเรื่องเล่า จิตวิญญาณและความหวัง โดยสะท้อนบทบาทของผู้หญิงในการสร้างการเยียวยา ความยุติธรรม ความเข้มแข็งของชุมชน และการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างสร้างสรรค์ พร้อมเน้นการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อโลก”
โดยภายในงานมีการร่วมเสวนาในเรื่องที่อยู่ในกระแสความสนใจของคนในสังคมปัจจุบันจากวิทยากรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ อาทิ การทำงานในสถานที่มีความสุข “Happy Workplace in Higher Education” สำหรับผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการสร้าง “Happy Workplace” ในสถาบันอุดมศึกษา ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและแรงกดดันของโลกยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความสมดุลทางจิตใจ ความร่วมมือในองค์กรและวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการทำงานอย่างยั่งยืน / เรื่องการศึกษาเชิงจิตวญญาณ “Can Spiritual Education Lead Us from Polycrisis to Peace?” ในการนำพาสังคมโลกออกจากยุคแห่งวิกฤตซ้อนวิกฤต ( Polycrisis ) ไปสู่สันติภาพและความยั่งยืน โดยเน้นว่าการแก้ปัญหาโลกจำเป็นต้องเริ่มจากการพัฒนาจิตสำนึก คุณธรรม ความเมตตาและความรับผิดชอบต่อมนุษยชาติร่วมกัน / Global Crisis อภิปรายบทบาทของศาสนาและภาคประชาสังคมในการรับมือกับวิกฤตโลกที่เชื่อมโยงกัน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีและความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยเน้นการสร้างความร่วมมือ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม
เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมโลก / Ethics and Justice มุ่งเน้นประเด็นความเหลื่อมล้ำ ความแตกแยกทางสังคมและความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นในยุคปัจจุบัน เน้นความรับผิดชอบของพลเมืองในการสร้างความยุติธรรม การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ / “Climate Crisis, Ecological Responsibility, and the Economy of Life” ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่ออนาคตของมนุษยชาติ โดยเสนอแนวคิด “Economy of Life” หรือระบบเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ความสมดุลทางธรรมชาติและความยั่งยืน มากกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว / AI and Digital Ethics : ผลกระทบของ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลต่อสังคมโลก ทั้งในด้านธุรกิจ การศึกษา และการสื่อสารสาธารณะ โดยให้ความสำคัญกับประเด็นจริยธรรมดิจิทัล เช่น ข่าวปลอม ความเกลียดชังออนไลน์ อคติของอัลกอริทึม และ Deepfake พร้อมเสนอแนวทางสร้าง “พลเมืองดิจิทัลโลก ที่มีจริยธรรม ความรับผิดชอบ และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นต้น
งานนี้ตัวแทนจากองค์กรระหว่างประเทศ ผู้นำศาสนา ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และเยาวชน ร่วมกันกำหนดแนวทางสร้าง “Planetary Citizenship” หรือความเป็นพลเมืองของโลก ผ่านความร่วมมือระดับนานาชาติ การเสริมสร้างจริยธรรมสาธารณะ และการผลักดันสังคมโลกที่ยุติธรรม สันติ และยั่งยืน เน้นบทบาทของการศึกษาและจิตวิญญาณในการพัฒนามนุษย์ให้มีจิตสำนึกด้านจริยธรรม ความรับผิดชอบต่อโลกและความสามารถในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยมองว่าการศึกษาในอนาคตต้องไม่เพียงให้ความรู้ แต่ต้องสร้างพลเมืองโลกที่มีความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และพร้อมรับมือกับความท้าทายของโลกยุคใหม่ “ Global Citizenship in the Age of Polycrisis” เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อประเด็นวิกฤตโลก บทบาทของเยาวชนในการสร้างสันติภาพ ความยั่งยืนและการเป็นพลเมืองโลกในอนาคต








