มหาวิทยาลัยศรีปทุม ครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยเอกชนไทย ติด Top 100 โลก จาก THE Impact Rankings 2026 ด้านสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม สร้างโอกาสกการศึกษาลดความเหลื่อมล้ำ
วันที่ 9 ก.ค.69 ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า มหาวิทยาลัยศรีปทุมได้รับการจัดอันดับเป็น มหาวิทยาลัยเอกชนอันดับ 1 ของประเทศไทย ในการจัดอันดับภาพรวมของ THE Impact Rankings 2026 และอยู่ในอันดับ 19 ร่วมของประเทศไทย จากสถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมการประเมินทั้งหมด
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังสร้างผลงานโดดเด่นในระดับโลก ด้วยการได้รับการจัดอันดับ Top 100 ของโลก (อันดับ 96) ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 1 : No Poverty หรือ การสร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ จากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมการประเมินกว่า 1,700 แห่งทั่วโลก ผลการจัดอันดับในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) อย่างต่อเนื่อง และยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการใช้ "พลังของการศึกษา" เป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม
THE Impact Rankings จัดทำโดย Times Higher Education (THE) ซึ่งเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกที่ประเมินผลกระทบของสถาบันอุดมศึกษาต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ตามกรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ โดยสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม นอกเหนือจากความเป็นเลิศด้านวิชาการ
ผลการจัดอันดับในปีนี้ยังตอกย้ำความโดดเด่นของมหาวิทยาลัยศรีปทุมในหลากหลายมิติ โดยได้รับการจัดอันดับเป็น มหาวิทยาลัยเอกชนอันดับ 1 ของประเทศไทย ใน 6 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้แก่
• SDG 1 การสร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ (No Poverty)
• SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities)
• SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production)
• SDG 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)
• SDG 16 สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง (Peace, Justice and Strong Institutions)
• SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals)
ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องภายใต้ 5 แนวคิดสำคัญ ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาผู้เรียนและสังคมอย่างยั่งยืน ได้แก่ "สร้างโอกาส" ที่เปิดโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนผู้เรียนทุกกลุ่มให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับ SDG 1 และ SDG 4, "เรียนกับตัวจริง" ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์โลกการทำงาน, "ประสบการณ์จริง" ที่ส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติและสร้างผลงานที่ใช้ได้จริง, "ส่งเสริม สนับสนุน และผลักดัน" ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้เรียนพร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน และ "Future Skills" ที่เตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในโลกอนาคต ทั้งด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล นวัตกรรม ความยั่งยืน และการเป็นพลเมืองโลก
ทั้ง 5 แนวคิดจึงไม่ได้เป็นเพียงแนวทางการจัดการศึกษา แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้เรียน ชุมชน และสังคม ตลอดจนเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้มหาวิทยาลัยศรีปทุมสามารถขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
“มหาวิทยาลัยเชื่อว่าการศึกษาที่มีคุณภาพสามารถเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนครอบครัว และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมได้อย่างแท้จริง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราจึงมุ่งสร้างโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม ผ่านทุนการศึกษา โครงการสนับสนุนนักศึกษา และแนวคิด Earn to Learn ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สร้างรายได้และสะสมประสบการณ์การทำงานระหว่างเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานในอนาคต” ดร.รัชนีพร กล่าว








